girl

วันที่สองนี้เหนื่อยสุดๆเลย ทั้งร้อนทั้งคนเยอะ ไม่นึกเลยว่าจะเยอะขนาดนี้ หนูคิดว่าตอนจอนจีฮอนคนก็เยอะแล้วนะ แต่นี่เยอะกว่าอีก เครียดด้วยกลัวจะไม่เห็นอย่างเมื่อวานอีก แต่วันนี้โชคดีกว่าเมื่อวานอีก แล้วก็ทำให้หนูรักน้องเคียวขึ้นอีกเป็นกองเลย


วันที่สอง 2 มีนาคม 2549


หนูนัดน้องๆไว้เที่ยงแต่นังเพื่อนตัวดีก็มาเที่ยงครึ่ง หนูอดไปรับน้องเคียวที่โรงแรมจนได้ หนูเลยบังคับมันให้ไปส่งที่สยามพารากอน จากนั้นก็ไปนั่งกินราเม็ง เจอน้องพลอย(เสียงเล็กๆของฉัน) ด้วย หน้าใสมากะเพื่อนทั้งชุดนักเรียน พออิ่มโทรไปเช็คน้องบอกว่าเฮเคียวเดินผ่านออกมาหน้าโรงหนังแป๊บนึงน่ารักมากๆ หนูเลยรีบไปเผื่อจะทันบ้าง ระหว่างทางเจอน้องหยาด เจอคุณพี่สาวของพี่อ่ำที่เป็นนางแบบ หนูรีบขึ้นไปแต่ก็ไม่ทันน้องเคียวอยู่ดี จากนั้นน้องบอกว่าตอนเช้ามีรับลงทะเบียนไปแล้วร้อยกว่าคน ทำไมถึงเป็นอย่างนั้นอ่ะ ก็ไหนพี่เค้ายืนยันว่ายังไงก็ 4 โมงไง ไรฟะ จากนั้นก็ไปต่อแถว เสียวจะไม่ได้มากๆ เพราะตอนเช้าร้อยกว่า แล้วเค้ารับแค่ 280 คนก็น่าจะเหลืออีกประมาณ 100 คน แต่หนูก็ทันได้บัตรและยังได้เจอรุ่นพี่รุ่นน้องในบอร์ดอีกหลายคน ซึ่งนิสัยน่ารักกันทั้งนั้นเลย ระหว่างที่เรานั่งรอก็มีการถ่ายรูปพูดคุยนั่งกันตั้งแต่ 5 โมง ประมาณใกล้ๆทุ่มนึงเค้าก็เปิดให้เข้างานซึ่งเข้าได้ทั้งหมด ทั้งมีบัตรและคนไม่มีบัตร พระเจ้าจอร์จ แล้วตูเสียตังค์จองตั๋วทำไมเนี่ย จริงๆหนูก็แอบคิดอยู่ว่าน่าจะได้ดูกันหมด แต่ว่าอย่างนี้ถ้าคิดดูให้ดีๆ คนที่เค้ารีบมารอ คนที่เสียตังค์ซื้อตั๋วรีบมาต่อคิวจองบัตรก็แย่ดิ หลายคนที่พอรู้ว่าใครๆก็เข้าได้ ถึงกะด่าแล้วก็กลับทันที หนูไม่รู้จะว่ายังไง ได้แต่ยืนมองหน้าพี่ๆที่มาด้วยกัน ซึ่งพี่ๆเทคแคร์หนูดีมากๆเลย เรียกหนูให้มายืนตรงมุมดีๆ ซึ่งต้องเรียกว่าซอกถึงจะถูก สุดยอดมากๆ คนเพียบก่อน 1 ทุ่มพิธีกรก็เริ่มประกาศตารางน้องเคียว 1 ทุ่มให้สัมภาษณ์สื่อทีวี 1 ทุ่มครึ่งเป็นหนังสือและเว็บ โอ้วพระเจ้า ตายแน่ๆ ทำไงดีเนี่ยตูต้องยืนยันสองทุ่ม แต่เวลาชั่วโมงนึงก็ไม่นานนักเพราะได้คุยกะคนตั้งหลายคน นิสัยดีกันทั้งนั้น มีป้าคนนึงอายุ 52 มา wallpaper โทรศัพท์เป็นรูปเรนกะน้องเคียวจากเรื่อง Full house ซึ่งตรงหน้าน้องเคียวตัดต่อเป็นหน้าแกแทนทำเอาหนูถึงกะหน้ามืด สงสารเรนจับใจ แกก็บอกว่าเพิ่งจะไปตามดูเรนมาเหมือนกัน เอากะแกดิ งานนี้งานเดียวหนูก็แย่แล้วนะเนี่ย ซึ่งน้องๆแต่ละคนก็บอกว่าให้ช่วยถ่ายผู้ชายคนนู้นที คนนี้ที จนน้องเคียวออกมา ซึ่งก็มองไม่เห็นตามเคย ซึ่งทันทีที่เธอผ่านหน้าหนู หนูก็ถึงกะอึ้ง ส่วนคนอื่นๆก็พูดประมาณว่าโห สวยมากๆเลย ซึ่งมันก็จริง หนูจำไม่ได้เลยว่าเคยเห็นคนสวยกว่านี้ ระหว่างนั้นหนูก็มัวแต่ตกตะลึงสติสตังไม่อยู่กะเนื้อกะตัว ยืนถือ Handy cam มองก็แทบไม่เห็น ต้องชูจั๊กกะแร้สุดๆ ถึงจะเห็น ระหว่างนั้นก็มองน้องเคียวไปด้วย โหมองตัวจริงดีกว่า สวยกว่าในกล้องเยอะมากๆ ระหว่างที่มองตัวจริง กล้องก็จะถ่ายขา ถ่ายพุงอะไรไปเรื่อยเปื่อยนึกได้ก็จะหันไปจับกล้องซักรอบนึงเป็นอย่างเงี้ยจนกระทั่งน้องเคียวกลับ ซึ่งตอนแรกตกลงกันว่าไม่ไปโรงแรมแล้ว จะไปดอนเมืองเลย ทำไปทำมาก็ตามไปโรงแรมกัน ยืนตื่นเต้นกันมากๆ หนูก็ดันเสร่อไปรอทางเข้าด้านบน จริงๆเค้าอยู่กันด้านล่าง พอลงมาก็ยืนคุยกันบอกน้องเคียวยังไม่มา จนซักพักคนเฝ้าประตูเดินมาบอกว่าเข้าไปแล้ว หนูเลยรอกันจนออกมาซึ่งก็ 4 ทุ่มพอดี ปรกติเค้าจะไม่ให้ถ่ายรูป น้องเคียวใส่เสื้อลายขวางเดินออกมากินน้ำอยู่พอหันมาเห็นพวกหนู(มีกันอยู่ 8 คน) เธอก็รีบเอาขวดน้ำลง พร้อมทั้งยิ้มและโบกมือให้พวกหนูถ่ายรูปอีกต่างหาก หนูที่ตั้งใจจะแอบถ่ายได้แต่ถือ Handy cam อึ้งรับประทาน แถมแบตยังมาหมดอีกต่างหาก ซวยจริงๆ น้องเคียวขึ้นรถไปแต่รถยังไม่ออกพวกหนูก็เดินวนกันรอบๆ รถ ซักพักหนูก็ยืนอยู่ฝั่งผู้จัดการพอเพ่งเข้าไปในรถซึ่งมีม่านบังแดดบังอยู่ก็เห็นน้องเคียวโบกมือให้จากในรถ ซักพักผู้ช่วยผู้จัดการก็ดึงม่านลงให้พวกหนูเห็นน้องเคียวชัดๆ หนูได้แต่ยืนตกใจมองหน้าน้องเคียว เพราะมันใกล้มากๆ ซักพักเค้าก็เปิดกระจกรถให้ถ่ายรูปอีกต่างหาก หนูถ่ายได้สองรูปก็เอาเวลาไปคุยกะน้องเคียวแทนซึ่งแต่ละคนก็จะบอกรัก บอกสวัสดี บอกขอบคุณเป็นภาษาเกาหลี แต่หนูนึกไรไม่ออก บอกว่า See you later กะ Thank you very much ซึ่งหนูตั้งใจจะบอกน้องเคียวกะคุณผู้ช่วยที่อุตส่าห์เปิดกระจกให้ ซึ่งน้องเคียวก็พยักหน้ารับซะด้วยสิ นิสัยดีมากๆเลยโบกมือให้พวกหนูฟังที่พวกหนูพูด พยักหน้ารับที่ชวนให้กลับมาอีกรอบ จนกระทั่งรถออกไป หนูก็ได้แต่นั่งรถเมล์กลับบ้าน น้ำตาพาลจะไหล เพราะไม่คิดว่าเธอจะนิสัยดีอย่างนี้ เพราะหนูได้ยินข่าวไม่ค่อยดีเกี่ยวกะเธอ ประมาณว่าขี้วีน ส่วนเรื่องที่ว่าเธอเรื่องมาก สต๊าฟบอกว่าไม่หรอก มีแต่ผู้จัดการนั่นแหละ ก็คงจริงผู้จัดการผู้ชายโคตรดุเลย แต่ก็ใจดีนะ ในกลุ่มหนูมีคนเอาของขวัญมาด้วย แต่ก็เข้าไม่ถึงน้องเคียวกะแตฮุนเลยฝากให้ PR เอาไปให้ ผู้จัดการแกก็ถือเดินไปเดินมา เค้าได้แต่บอกว่าแค่นี้ก็พอใจแล้ว

ระหว่างกลับบ้านก็มีกลุ่มแฟนๆอีกกลุ่มนึงโทรมาขอเบอร์ PR จากหนูบอกจะไปดอนเมือง ซึ่งสุดท้ายเค้าก็บอกว่ามัวแต่เดินตามทีมงาน เค้าบอกว่าน้องเคียวเข้าไปแล้ว เพื่อนหนูเจ้าของกล้องก็ได้แต่ด่าหนูว่ามือไม่นิ่งเหมือนตอนจีฮอนมา ก็แน่ล่ะ ตอนจีฮอนมาชั้นอยู่หน้าสุดนี่หว่า คนก็ไม่เบียดกันขนาดนี้ กลับบ้านไปแล้วหนูก็ยังฝันถึงน้องเคียวต่ออีกสามวัน คงจะเพราะเครียดเรื่องกลัวมองไม่เห็น กลัวไปไม่ทันไรเงี้ย แต่ตอนนี้ก็ไม่ฝันถึงละ ค่อยยังชั่วหน่อย ใครได้ไปเอารูปมาแบ่งกันมั่งเน้อ

อันนี้ที่บอกว่าเปิดกระจกให้ถ่ายรูปอ่ะ น่ารักจริงๆ

อันนี้ Exclusive หน้าโรงแรมจ้าคืนวันกลับ

รูปจากงานค่ะ มายำๆรวมกันเน้อ

แค่นี้ก่อนละกัน แล้วก็ของคุณแจ๊คกรุณารอสักครู่นะคะ เดี๋ยวหนูจัดการให้ค่ะ ตอนนี้ดูในบล๊อคไปก่อนละกันนะคะ น้องเคียวน่ารักนิสัยดีขนาดนี้รักตายเลย

ในที่สุดก็ได้เจอตัวจริงจนได้ หลังจากที่ได้แต่แอบคิดเล่นๆว่าถ้าเจอจะทำยังไง ปรากฏว่าพอเจอตัวจริง ภาษาเกาหลีที่อุตส่าห์ร่ำเรียนมาถึงกะพูดไม่ออก(ประมาณว่าพูดไปน้องเคียวก็คงฟังไม่รู้เรื่อง) ตัดใจใช้ภาษาอังกฤษที่ถึงจะร่ำเรียนมาตั้งแต่ 3 ขวบ แต่ความรู้ก็ยังเท่าตอนเรียนครั้งแรกอยู่ดี น้องเคียวมาสองวัน งั้นก็แบ่งเล่าเป็นสองวันละกัน


วันแรก 1 มีนาคม 2549

คิดๆไปก็เสียวๆอยู่เหมือนกันเพราะลางานไปหลายวันอยู่ ถ้าลูกพี่มาเห็นกรี๊ดๆ น้องเคียวจ๋า อยู่ในทีวีมีหวังแกจอง One way ticket ให้ตามไปเกาหลีแหงๆ อีกอย่ากกลัวคนจะเข้าใจผิดคิดว่าหนูเป็นน้องเคียวมารุมกันถ่ายรูปอีก จะไม่มีใครสนใจน้องเคียว หนูไปกะน้องๆในบอร์ดที่รู้จักกัน นัดกันดิบดีว่าจะไปเจอกันที่ดอนเมือง โทรไปน้องบอกเลื่อนไปเป็นบ่ายโมงครึ่ง อ้าว ตอนแรกบอกบ่ายสาม ดีนะที่ออกมาเร็ว ยังไงก็ทัน ไปถึงก็เดินวนไปวนมาหา Terminal 1 ทั้งๆที่ก็อยู่ใน Terminal 1 อยู่แล้ว (แล้วจะหาเจอมะ) เดินไปก็เจอแต่ป้ายชี้ไป Terminal 2 (ชัวร์เด้ก็นี่ Terminal 1 นี่หว่า) โทรหาน้องที่นัดไว้น้องบอกว่าอยู่ที่ Food center พี่มาถูกเปล่า ที่ Terminal 1 ซึ่งตอนนี้หนูรู้สึกตัวแล้วว่าตัวเองอยู่ถูกที่แล้ว ก็พยายามเดินหาปรากฏว่า Food center มันอยู่ Terminal 2 นี่หว่า เดินอยู่ตั้งนาน จนมานั่งรวมพลรอรับน้องเคียวกัน ซักพักก็มีกล้องทีวีมา ในฐานะที่ใจกล้าหน้าด้านที่สุด และไม่รู้ว่าน้องเคียวจะออกมาทางไหน หนูจึงเสนอตัวเข้าไปถามว่าใช่มาถ่ายน้องเคียวมั้ย น้องเคียวจะมาทางไหน เค้าก็ตอบหนูอย่างน่ารัก แต่เอาการเอางานว่า ไม่รู้คะ ว่าแต่น้องเป็นแฟนคลับใช่เปล่า เดี๋ยวพี่ขอสัมภาษณ์หน่อยนะ พร้อมเดินมาบอกคำถามให้นึกที่อยากตอบไว้ โอ้วมายก๊อด โชคดีที่ฉายดึกนะเนี่ย ไม่งั้นตูได้ออกจากงานมาให้สัมภาษณ์อย่างเดียวแหงๆ หลังจากกลุ่มแรกโชว์พาวเสร็จ ก็ถึงคราวกลุ่มหนูซึ่งก็ไม่ได้เตรียมคำตอบไว้ นึกไรได้ก็พูด แถมได้อยู่ตรงกลางอีก และช็อตสุดท้าย พี่เค้าขอน้องช่วยพูดที ซองเฮเคียว I love you โอ้วมายจอร์จ พี่ไม่ได้บอกหนูก่อนนี่คะ พี่แกไม่ฟังอีร้าคร่าอีรมจัดการนับ คนอื่นๆเข้ามารุมไมค์ และตะโกน ส่วนหนูหน้าซีด โอยตูเวงกรรมจริงๆ ได้พูดแค่ประโยคหลัง I love you

หลังจากนั้นก็ไปยืนรอนักข่าวก็เริ่มมีการว่าแฟนๆที่ไปรอว่าบัง รวมทั้งหน้าม้าด้วย ฟังไปก็ใจคอไม่ดี น้องเคียวต้องโดนเหมือนใส่จอนจีฮอนแหงๆ คนที่ลงมาจากไฟท์เดียวกะน้องเคียวเริ่มลงมาชี้โว้ชี้เว้ โอ้ว ในรูปสวยกว่าตัวจริงอีก อะไรทำนองนี้ รออยู่ประมาณชั่วโมงกว่าน้องเคียวก็ยอมออกมา พร้อมกับแฟนๆที่เรียกชื่อซองเฮเคียว โอ้วแม่เจ้าอะไรกันนี่ หนูเห็นเธอแค่ชั่วซุปเปอร์แมนแปลงร่างเท่านั้น แถมชียังเล่นใส่แว่นตั๊กแตนมาอีกต่างหาก ถึงอย่างนั้นก็สวย หนูมือไวถ่ายรูปติดมาเห็นหน้าเธอบ้างเล็กน้อย แล้วก็เดินตามหลังถ่ายไปอย่างใกล้ชิด ซึ่งการ์ดก็ล้อมน้องเคียวไว้อย่างกะสุ่มไก่ หนูซึ่งอยู่ติดยามก็พยายามยื่นมือไปถ่ายรูป แต่ก็ได้แต่รูปด้านหลัง มีด้านหน้าอยู่สองรูป เฮ้อ ซักพักข้างหน้าคงจะมีคนล้มเพราะหนูเห็นน้องเคียวทำท่าเหมือนจะล้ม หนูดีใจรีบตั้งท่า แน่จริงล้มมาเลยดิ แม่จะลากกลับบ้านเลย (ถ้าไม่โดนประชุมเท้า) แต่การ์ดก็ประคองน้องเคียวเอาไว้ ซักพักน้องที่มาด้วยกันวิ่งมาบอกว่าได้จับตัวด้วย (หมายถึงเสื้อผ้า) หนูเองก็ดีใจ แหมตูเองก็แค่ยามกั้น เลยลองเอื้อมมือไปบ้าง ยามเห็นก็เขี่ยมือหนูออก และก็พลาด หนูจับโดนน้องเคียวจนได้ ตัวนิ่มดีแฮะ ว่าจะจับตูดยาม ได้โดนเฮเคียวก็โอเค ซักครู่ก็ออกมาถึงข้างนอก เฮเคียวขึ้นรถ หนูหันกลับมาเจอชาแตฮุนกะลังขึ้นรถ (อ้าว มาด้วยเหรอ) พวกหนูนัดกันไว้แล้วว่าจะไปดักที่โรงแรมด้วย เลยรีบไปเรียกแท๊กซี่ ถึงแม้จะขึ้นก่อนแต่ก็ดันไปถึงที่หลังอีกกลุ่มนึง พวกที่ไปถึงก่อนบอกว่าไม่มีการ์ดเลย น้องเคียวยิ้มแล้วยังโบกมือให้อีกด้วย พวกหนูนั่งรอกันอยู่ซักพักจน PR ลงมาบอกว่าน้องเคียวไม่ลงมาแน่ๆ เราก็เลยนัดกันเรื่องพรุ่งนี้เราจะมารออีกตอนเที่ยง หนูแลกเบอร์โทรกะน้องๆในกลุ่มจากนั้นแยกย้ายกันกลับ พอหนูกินข้าวเสร็จ น้องก็โทรมาบอกว่าน้องเคียวไปช๊อปปิ้งที่เกสรพลาซ่าอยากตามไปก็ได้ หนูได้แต่บอกว่าช่างเหอะพี่เหนื่อยแล้ว ทั้งที่ความจริงอยากไปใจจะขาด แต่ว่าเค้าคงอยากมีช่วงส่วนตัวมั่งอ่ะนะ

รูปจ๊ะรูป อันนี้ที่เอามาลงหนูถ่ายเองกะมือเลย แต่รูปที่ไปกะบอร์ดคราวนี้ทุกคนเค้าให้ Credit เป็น SHK Fanclub ไป ไม่ต้องงงนะ ไม่ลงหมดนะคะ เอาแค่นี้ละกัน จะเห็นได้ว่าหนูอยู่ใกล้แค่การ์ดกั้น ฉะนั้น หนูจึงแตะเนื้อต้องตัวน้องเคียวได้สบายๆ ไม่ต้องอิจฉานะคะทุกคน


ตอนกลางคืนหนูโทรหาเพื่อนเรื่องกล้อง Handy cam เพื่อนตัวดีบอกว่าเลือกเวลาได้ จะให้เอามาให้กี่โมง หนูเห็นมันชอบเลท เลยบอกว่าโอเช ขอเป็นก่อน 11 โมงละกัน มันบอกได้ คืนนั้นหนูเซ็งๆ เพราะว่าเห็นน้องเคียวไม่จุใจ ได้แต่เล่นกะหลานเรื่อยเปื่อยแล้วก็เครียดๆ เรื่องกล้องอีกต่างหาก วันแรกก็คงแค่นี้ เดี๋ยวมาต่อจ้ะ พร้อมรูปวันงาน และ Exclusive น้องเคียวที่ไปถ่ายที่หน้าโรงแรมอีกที

นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่หว่า คิดอยู่ว่าเพิ่งอัพบล๊อคไปแล้วทำไมอยู่ๆ มันถึงผ่านไปเดือนนึงแล้วล่ะเนี่ย ไม่มีเวลาไปเยี่ยมบล๊อคชาวบ้านด้วย ทั้งที่มีเรื่องจะเล่าตั้งเยอะตั้งแยะ ตอนแรกอยากเขียนเรื่อง Manga ที่เพิ่งจะอ่านจบ แต่ตอนนี้มีข่าวฮอตกว่านั้นมาเล่าเพราะเธอกำลังจะมา เกี่ยวกะสาวเกาหลีคนนี้ ซองเฮเคียวเจ้าของบ้าน Full house ค่ะ


ตามที่จั่วหัวนั่นแหละค่ะ เธอจะมาไทยเพื่อโปรโมตหนังจอเงินเรื่องแรกในชีวิตของเธอกับนายเจี๋ยมเจี๊ยม ชาแตฮุน เรื่อง My girl & I ซึ่งดัดแปลงมาจากซีรี่ส์ญี่ปุ่นเรื่องอยากกู่ร้องบอกรักให้ก้องโลกค่ะ เธอจะมาถึงประเทศไทยในวันที่ 1 มีนาคม เวลาบ่าย 3 โมง แฟนๆก็ไปรอรับกันได้นะ ส่วนวันที่ 2 มีนาคม 4 โมงเย็นถึง 2 ทุ่ม จะมีงานมีทแอนด์กรีทที่ชั้น 5 สยามพารากอน วันที่ 3 ก็จะกลับแล้วค่ะ ประมาณเที่ยงนะ ไม่แน่ใจ ส่วนเรื่องบัตรวันที่ 2 มีนานั้น หาซื้อบัตรเข้างานกันได้ตามโรงหนังทั่วไปค่ะ ถ้าหาไม่ได้ยังมีที่สยามพารากอนแล้วสยาม ดิสคัฟเวอรี่นะ ราคา 200 บาท ได้ตั๋วชมภาพยนตร์สองใบ(คาดว่าต้องเก็บไว้ดูที่หลังเพราะวันนั้นหนังยังไม่ฉายเน้อ) CD ของหนังเรื่องนี้ 70 กว่าเมก 1 แผ่น และสุดท้ายของสำคัญที่สุดเพื่อร่วมกระแทกไหล่น้องเคียว (อย่ากระแทกแรงนะคะ) คือสติ๊กเกอร์เข้างานนี้ 1 ใบ สติ๊กเกอร์งานนี้มาแปลกๆ ค่ะทำไมถึงมีแค่ใบเดียวทั้งที่ตั๋วหนังมีสองใบอ่ะ ก็สติ๊กเกอร์เข้างานได้ 1 ใบต่อ 1 คน ในซองของตั๋วที่จองมีลุ้นโปสการ์ดพร้อมลายเซ็นน้องเคียวด้วยนะคะ และที่สำคัญ ผู้ที่ไปถึงงาน 300 คนแรก จะมีของที่ระลึกให้ด้วย

ก็น่าจะรู้จักน้องเคียวกันมาบ้างแล้วล่ะน้า จาก Autumm in my heart หรือจาก Full house ที่ดังมากๆอยู่ช่วงนึง ตอนนี้ถ้าใครจะไปก็มาทำความรู้จักเธอให้มากขึ้นอีกนิดละกันนะ

ประวัติส่วนตัว

ชื่อ : Song Hye-Kyo

วันเกิด : 26 กุมภาพันธ์ 1982 จริงๆเกิด 21 พฤศจิกายนแต่แจ้งเกิดช้าค่ะ

ส่วนสูง/น้ำหนัก : 164Cm./45Kg.

สัดส่วน : 33-24-34

กรุ๊ปเลือด : A

ครอบครัว : พ่อ แม่ เป็นลูกคนเดียว และมีสุนัขอีก 2 ตัว

ศาสนา : พุทธ

ยามว่าง : เล่นสเกต , เล่นเปียโน , ดูหนัง , ว่ายน้ำ

จุดเด่น : ดวงตา

ความฝัน : อยากเป็นนักออกแบบเสื้อผ้า

อาหารที่ชอบ : อาหารเกาหลี , ไอศกรีม

สิ่งที่ติดเป็นนิสัย : เธอชอบเล่นจมูกของตัวเองเวลาที่เธอเขิน ^^

ดาราที่ชื่นชอบ : Him Hee-Sun , Leonardo Dicaprio

ชายในฝัน : เป็นคนที่ดูดี ดูอบอุ่น และเปี่ยมไปด้วยความรัก

การศึกษา : มหาวิทยาลัย Sunkyung Se-Jong

รางวัลที่เคยได้รับ : KBS Photogenic Award (2000) , KBS Most Popular Actress Award (2000) , SBS Best Newcomer Award (1997) , MTM (Model Talent Managemet) Contest (1996)

เข้าวงการ : จากการประกวด Model Talent Managemet Contest ปี1996 ได้รับรางวัลชนะเลิศ

ที่อยู่ : Tank-M , Baeksan Bild. , 35-2 , Yeoeuido-Dong , Yungdungpo-Gu , Seoul , South Korea

ต่อไปมาว่ากันถึงการเจอกันครั้งแรกระหว่างหนูกะน้องเคียวคนสวยละกัน

วันนึงขณะที่นั่งอยู่ที่บ้านที่ต่างจังหวัดเสียงโทรศัพท์ก็ได้ดังขึ้นเสียงสุดที่รักที่ดังลอดสายเข้ามานั้น

นิดหน่อย : "นี่ๆ รีบดูดิ Autumm in my heart อ่ะ นางเอกตอนเด็กๆน่ารักมากๆเลยนะ" (ชื่อเธอคือหนูมุนกึนยอง)

ข้าน้อย : "ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยเห็นใครน่ารักกว่าตัวเราเองเลย อย่าตื่นเต้นนักเลยน่า เห็นเราแล้วก็น่าจะชินนะ"

นิดหน่อย : "............จะดูไม่ดู"

หนูจึงจำใจเปิดทีวีดูทั้งทีรู้ว่ามันไม่ชัด อย่างที่คาดนิดหน่อยกรี๊ดตลอดทางตั้งแต่สัญญาณเพิ่งออกจากสถานีที่ฉายยันถึงนครสวรรค์ ส่วนหนูถือโทรศัพท์นิ่ง ตาไม่ลืมขึ้นมากนัก นัยน์ตาจับจ้องลูกน้ำที่หน้าจอทีวี นางเอกตอนเด็กๆหน้าเหมือนลูกน้ำตีกัน นางเอกตอนโตหน้าคงเหมือนยุงลายตีกัน นิดหน่อยทนปากหนูไม่ไหววางหูหนีไปชื่นชมอยู่คนเดียว ส่วนหนูนั่งแกว่งอยู่หน้าทีวี จากนั้นตาหนูก็ต้องเบิกกว้างขึ้นกว่าเดิม เพราะยุงลายเลิกตีกันเหลือผู้หญิงสวยมากๆคนนึงอยู่ที่หน้าจอโทรทัศน์ ความสวยทะลุทะลวงลูกน้ำออกมาจิ้มลูกกะตาตี่ๆ ของหนู เอออย่างนี้สิสวยจริง แต่อวบๆ เตี้ยๆไปนิด (จริงๆชีก็สูงเท่าหนูนี่แหละ) หนูชอบเธออยู่เหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้ดูละครเรื่องนี้ต่อ ดูอีกทีก็ตอนอวสานพอดี ออกจะรำคาญเวลาเธอเรียกพี่ชายเธอด้วย

ต่อมาหลายปี หนูก็มองเห็นสาวผมม้าคนนึงในเรื่อง Sunshine of love ก็ดีนะ เกาหลีมาแรง ดูจนจบไปแล้วเพิ่งจะรู้ว่าอ้าว นางเอก AIMY หรอกหรือ

ถัดมาอีกพักนึง Full house ก็มาฉาย ดูมั่งไม่ดูมั่งตามประสา และก็ยังจำหน้านางเอกไม่ได้อยู่ดี (สงสัยต้องดูผ่านลูกน้ำถึงจะจำได้) วันนึงแม่มานอนด้วยที่ปราจีน หนูนอนกลิ้งไปกลิ้งมาเปิดทีวี พบฉากที่ทำให้หนูต้องอยากรู้ชื่อนางเอก อยากรู้ว่าเธอเป็นใคร เป็นคนยังไงบางคนอาจจะคิดว่าแค่นี้เอง แต่มันก็โดนใจหนูจริงๆ ฉากนั้นคือตอนใกล้จะจบของ Full house

ตอนที่พระเอกป่วยวิ่งลงมาจากห้องนอนต่อว่านางเอกที่ยืนต้มโจ๊กอยู่ว่าทำไมไม่ปลุก เราจะไปตั้งแค้มป์กันไง หนูนอนตาปรือดูฉากนี้ คิดในใจเอาตัวเองแทนนางเอกว่า คงจะโดดถีบขาคู่ และพระเอกตายตอนจบกระมัง ไม่สบายยังไม่เจียมสังขาร นางเอกกลับบอกว่า กินโจ๊กก่อนแล้วเดี๋ยวเราค่อยไปตั้งแค้มป์กัน แล้วก็พาพระเอกไปตั้งแค้มป์ที่ข้างบ้านตรงชายทะเลพอเห็นปุ๊บหนูก็เข้าใจว่า มิน่าทำไมตูถึงไม่ได้เป็นนางเอก แค่นางเอกพูดจบประโยค หนูก็ถึงกะหน้ามืดตาลาย รู้สึกว่าเธอเป็นคนใจดีมากๆ คนไข้เอาแต่ใจขนาดนี้ยังตามใจอีก เป็นหนูคงจะถ่วงน้ำไปแล้ว แอบหวังให้ละครเรื่องนี้ออกแนวฆาตกรรมหน่อยๆ เพราะพระเอกน่าโดดขาคู่อยู่บ่อยครั้ง หลังจากดูจบ หนูถึงกะต้องไปตะกายหามาดู ดูแล้วดูอีก ซ้ำแล้วซ้ำเล่า หวังว่าตัวจริงเธอคงจะน่ารักและใจดีอย่างนี้นะ ดูเรื่องนี้คงต้องหลงรักเธออยู่ไม่น้อยทีเดียว ทุกวันนี้หนูก็พยายามไปเป็นแม่ยกให้เธออยู่ และคงได้เจอตัวจริงๆ ซะที

ใครยังไม่มีตั๋วรีบไปจองนะ ยังเหลืออยู่นา รีบๆกันล่ะ เดี๋ยวไปงานแล้วหนูจะเอารูปมาฝากละกันนะ

ต่อไปเป็นช่วงแจกรูป