Study

เนื่องจากวันนี้เห็นบล๊อคใน Favorite ของท่านหนึ่งบอกว่าผลสอบวัดระดับออกแล้ว
ใครที่อยู่ในวงการนี้ถึงจะพูดไม่จบแต่ก็รู้ได้ทันทีว่าหมายถึงอะไร พอเข้าไป...เค้าผ่านระดับสอง

ก็ให้กังวลสงสัยเพราะเมื่อต้นเดือนโทรไปถามที่โรงเรียน ทางโรงเรียนบอกว่าให้โทรมาอีกทีปลายเดือนมีนา...
หรือท่านผู้นี้จะอยู่ญีุ่ปุ่น...ไม่ใช่แน่ๆ

ก็ลองไปหาดูในเว็บก็ปรากฏผลของปีที่แล้วเพียบ มันประมาณช่วงนี้หมดเลย เอ๊...ตกลงผลออกรึยัง
เลยโทรไปที่โรงเรียน ทางโรงเรียนบอกว่าให้เอาบัตรสอบไปรับผลได้เลย

โอ๊ว!!! ออกแล้วงั้นหรือ
รีบลางานไปรับมาทันทีด้วยความขี้เห่อ ลืมนั่นลืมนี่ด้วยความแตกตื่นและตื่นเต้นแถมยังหาทางขึ้นไปโรงเรียนไม่เจออีกต่างหากทั้งที่มาเป็นครั้งที่ 2 แล้ว

พอไปถึงก็จำที่เพื่อนเคยบอกได้
เพื่อนบอกว่าดูที่ซองก็รู้ว่าผ่านมั้ย ถ้าซองใหญ่จะใส่ใบ Cer ซึ่งแปลว่าผ่านมาด้วยแต่ถ้าไม่ผ่านซองจะเล็กเพราะมีแต่ผลคะแนน
ก็ชะเง้อข้ามเคาน์เตอร์ไป...

จ๋า...มุกแกใช่ไม่ไ้ด้ผลว่ะ...ซองใหญ่หมดเลย
ฉันไม่เชื่อหรอกว่าจะผ่านหมดนี่

อย่างน้อยก็ตูคนนึงที่ฟังไม่กระดิกเลยล่ะ

พอได้รับมา (คนหยิบให้ล๊อหล่อ)
ก็ออกมานอกโรงเรียนเดินมาถึงลิฟท์...
เจอกระดาษใบใหญ่ที่เขียนภาษาญี่ปุ่นไว้ใบนึง ข้างบนเขียนว่า Certificate กับเลข 3 ตัวใหญ่มากไว้แล้วก็มีกระดาษบางๆ ใบเล็กๆ อีกใบนึง...

...
...
...

อะไรล่ะเนี่ย???

ตรงไหนที่บอกว่าผ่าน ไม่เห็นมี

ตัดสินใจเดินกลับเข้าไปถามเค้า เค้าก็ยิ้มให้อย่างใจดี มือก็จิ้มกระดาษแข็งๆ ในมือเราแล้วก็บอกว่า

"ก็นี่ไงครับใบ Cer ก็ผ่านแล้วไง"

ไปถึงเกือบบ่ายสองข้าวเที่ยงก็ยังไม่ได้กิน ตอนบอกว่าผ่านนี่หน้าคงเหวอสุดๆ
เค้าก็หัวเราะแล้วชี้กระดาษใบเล็กให้ดูเค้าบอกว่า

"นี่ไงครับ PASSED ผ่านครับ แล้วก็คะแนนเค้าเอา 60% ผ่านคุณได้เท่านี้เต็ม 400 ก็ลองไปหารดูนะครับ"

เขียนเป็นภาษาอังกฤษไว้ก็ยังอุตส่าห์อ่านไม่ออกค่ะ...
โง่จริงไม่ได้โง่เล่นนะตูนี่

เดินเข่าอ่อนออกมาจากโรงเรียน

ลืมแม้แต่จะถามว่าอาจารย์ที่ติวให้มาสอนวันไหน (จะซื้อช๊อคโกแลตไปขอบคุณ)
ลืมแม้แต่จะถามเรื่องคอร์สเรียนต่อ...

แถมวิ่งกลับมาถึงออฟฟิสยังลืมว่าต้มซุปไข่ทิ้งไว้ กลับมาเย็นเจี๊ยบ

อะไรมันจะเอ๋อขนาดนั้นคะ

ขอบคุณที่อ่านมาตลอด เอาเป็นว่านี่ค่ะผลคะแนน

ผลสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่นระดับ 3 ค่ะ (JLPT Level 3)

文字・語彙 Writing - Vocabulary................95/100
聴解 Listening.........................................87/100
読解・文法 Reading - Grammar.................171/200

総合点 Total...........................................353/400

ก๊อปชาวบ้านเค้ามาอีกทีค่ะ
ตอนแรกที่คิดว่าจะได้น้อยมากๆ คือ "การฟัง" คิดว่าจะได้ 10 หรือ 20 แค่นั้นเอง
มากสุดไม่น่าเกิน 30 แต่โผล่มาได้ขนาดนี้เห็นครั้งแรกนี่แบบว่า...

ผิดคนเปล่าคะ???

ไม่เคยไปอยู่ญี่ปุ่น ไม่เคยเจอคนญี่ปุ่นในชีวิตประจำวันแต่ได้ขนาดนี้นี่แทบลมจับเลยล่ะค่ะ
ผิดคาดสุดๆ

นั่งรถไปด้วยความรู้สึกที่ว่า 60% ของ 400 ก็ 240
ยังคิดว่า 230 กว่าๆ ก็ไม่รอดสิ ไม่มั่นใจเลย แต่ได้ขนาดนี้เซอร์ไพรส์มากค่ะ

ผ่านแล้ว คุ้มค่าจริงๆ ชิเงะแต่งงานกับเค้าได้แล้วนะคะแบบเนี้ย

ว่าแล้วก็แปะท่านเทพ พยายามจะให้เกี่ยวด้วยให้ได้


ท่านเทพปรบมือให้เค้า

 

อันนี้ชอบเป็นการส่วนตัว เพิ่งได้มาเมื่อคืน
งามกว่า PB แบบนี้จะดีเหรอคะท่านเทพ

เครียดอ่านหนังสือสอบมานาน ขอเพ้อหน่อย
ใครสอบได้คะแนนเท่าไหร่มาอวดกันบ้างนะ
คะ

เมื่อวานเพื่อนตอนม.ปลายโทรมาหาก็คุยกันธรรมดา เนื่องด้วยห่างกันไปนานทำให้ไม่ค่อยมีเรื่องจะคุยกันแต่ถ้าจะให้นึกถึงวีรกรรมเด็ดๆ ล่ะก็เพียบเลย

ถึงหนูจะห้าวหาญขนาดไหนก็ตามทีแต่จะเป็นที่รู้กันอยู่อย่างนึงว่าเป็นตายยังไงหนูก็จะไม่ยอมโดดเรียนเด็ดขาด ไม่เคยขาดเรียนด้วย(ไม่ได้ขยันนะกลัวแม่รู้แล้วจะโดน)แต่ถ้าเป็นกิจกรรมเช่นกีฬาสีล่ะก็ไม่เคยอยู่ค่ะ หนูเป็นโฮมซิก แล้วเพื่อนในกลุ่มหนูจะแบ่งเป็นเด็กเรียนและเด็กเลว (เหอๆ หนูนี่กึ่งๆ ถึงไม่โดดแต่ก็ไม่ตั้งใจเรียน) เพื่อนหนูยัยคนที่โทรมาเนี่ย(สมมตินามตามท้องเรื่องว่ายัย น.)จะเป็นพวกเดียวกะหนู แต่วันดีคืนดีมันก็อยากโดดเรียนขึ้นมา ไม่ใช่โดดแบบอยู่ในโรงเรียนนะ ชีกะอีกนางหนึ่ง(ชื่อไอ้ อ.)อยากข้ามรั้วไปชมวิวข้างนอกค่ะ แต่ด้วยความที่ชีอ้วน(เล็กน้อย) และชีปีนรั้วไม่ค่อยเป็นเนื่องจากชีว่าชีเป็นคุณหนู ชีจึงต้องการให้หนูไปช่วยดันตูดชีขึ้นให้หน่อย (โอ้มายก๊อด สังขารไม่อำนวยยังพยายาม) หนูส่ายหน้าบอกไม่ไหวแน่ๆ ส่วนนัง อ. เหรอมันต้องปีนนำให้ชีดูเป็นตัวอย่างและคอยรับชีอีกด้านนึงด้วย สุดท้ายน้องจ. เด็กเรียนผู้น่าสงสารก็โดนบังคับให้ไปช่วยยกตูดสิบล้อกะหนู นังอ. มีประสบการณ์มาหลายปีแล้ว เมื่อรั้วหลังโรงเรียนถูกสร้างขึ้นทางสะดวกของชีก็หายไปแต่ชีก็ไม่นิยมทางยอดนิยมที่บุคคลทั่วไปใช้กันค่ะ (เพราะตูดนังน.มันคงลอดลวดหนามไปไม่ได้) ชีเสนอทางใหม่ตรงหอประชุมค่ะซึ่งก็คือรั้วหน้าโรงเรียน พวกเรา 4 คนก็ย่องๆไปกัน นังอ.ทั้งที่ใส่กระโปรงแต่ก็ปีนไปได้สบายแฮแบบไม่ต้องลุ้น ส่วนตัวปัญหาคือน้องน.เนี่ยแหละ กว่าชีจะปีนขึ้นไปได้ก็นาน หนูก็มองไปหน้าโรงเรียนรถก็วิ่งผ่านเยอะแยะ ด้านหน้าโรงเรียนหนูเป็นภูเขาค่ะ มีวัดอยู่ด้านบนสุด ตอนวันไหว้ครูเด็กม.4 ทุกคนต้องวิ่งขึ้นเขานี้ ข้างทางมีต้นลั่นทมเรียงอยู่ตลอดทาง ดูสวยมาก หนูมองไล่ไปเรื่อยๆ มีหน่อยราชการอยู่ด้วย คือหน่วยกู้ภัยค่ะ แล้วถ้าตูโดนนังน.มันหล่นทับเค้าจะมากู้ชั้นมั้ยเนี่ย คิดได้ไม่นานปัญหาก็บังเกิดเมื่อไม่ใช่แค่ความหนักของชีเท่านั้นแต่... เมื่อหนูกะเพื่อนช่วยกันดันตูดชีอ่ะ ชีดันจั๊กจี๋ขึ้นมาทั้งหัวเราะทั้งดิ้น อ้าวแล้วจะให้ดันตรงไหนเนี่ย น้ำหนักชีเริ่มเพิ่มขึ้นตามเวลาที่นานขึ้น ชีก็เริ่มหมดแรงปีน กระโปรงก็สอบมากซวยจริงๆตูนั่งหลับอยู่ดีๆ ก็โดนให้มายกของหนัก ความซวยยังไม่หมดเมื่ออีหน่วยกู้ภัยหน้าโรงเรียนมันดันเห็น ความที่ก็เป็นคนหนุ่มก็คงจะนึกสนุก หรือนึกอยากให้พวกหนูสำนึกดีกันน่ะนะ มันก็ประกาศใส่ไมค์อ่ะค่ะ (ดังมาก) มันบอกว่า"อาจารย์โรงเรียนนว.ครับ นักเรียนของอาจารย์กำลังปีนรั้วหนีครับ อยู่ตรงข้างหอประชุมครับ มาจับเร็วๆเข้า" โห! เอางี้เลยเหรอฟะ นังอ.ที่รออยู่นอกรั้วรีบวิ่งหนี ส่วนนังน.ที่ข้าวเติ่งอยู่บนรั้วก็โดนพวกหนูดันทีเดียวขึ้นไปค้างอยู่ด้านบนสุดลงไม่ได้เพราะนังอ.วิ่งไปแล้ว ตัวหนูเองก็คิดว่าอาจารย์ไม่น่าได้ยินน่ะ ค่ะอาจารย์ไม่ได้ยินจริงๆแต่ยามดันได้ยินค่ะ วิ่งมาอยู่ตรงหน้าหอประชุมแล้วพวกหนูก็ไม่รู้จะทำไงรีบวิ่งอ้อมไปด้านหลังหอประชุมทั้งที่ไม่รู้ว่าไปได้รึเปล่า แต่มันก็ไปได้มุดๆป่าเอาหน่อย หนูหันไปเห็นนังน.โดดตุบลงไปนอกรั้วพร้อมกับกรีดร้องแล้วก้มเก็บไรไม่รู้ หนูไม่สนใจแล้วเพราะยามมาแล้ว พวกหนูก็วิ่งหนีออกไปอีกด้านของหอประชุมอย่างปลอดภัย วันต่อมาก็มานั่งเมาท์กัน ของที่นังน.เก็บตอนโดดลงมาจากรั้วก็คือนาฬิกายี่ห้อ TAG ค่ะ(เขียนถูกเปล่า) ซึ่งตอนชีหันมาเห็นยามชีก็โดดลงไป ส่วนนาฬิกาก็เกี่ยวอยู่กะรั้วเลยขาดแบบกระจุย ชีเอาไปทำสายก็สู้ราคาไม่ไหวเพราะแพงมากกะลังทำใจไปบอกพ่ออยู่ พวกหนูผู้ถึงหลงตัวเองว่าถูกเสมอก็ได้แต่นั่งด่าไอ้กู้ภัยผู้หวังดี

จริงๆแล้วเรื่องโดดเรียนเนี่ย หลายๆคนก็ทำกันเป็นเรื่องปรกติอยู่แล้ว เพื่อนหนูเองก็ไปเป็นประจำ โดดไปดูลิเกเงี้ย บอกหล่อมากพอล้างหน้าล่ะดูไม่จืด พวกชีไม่ได้มีความสามารถแค่ปีนออก แต่ปีนเข้าชีก็ทำ นังอ.ขับมอไซค์ล้มแขนเดาะต้องคล้องแขนไว้ แต่เลือดนักสู้ของเธอไม่ได้เดาะตามแขน เธอให้หนูคอยดันตูดเธออีกเช่นเคย (บทบาทหนูในตอนนี้มีแค่ดันตูด) พอหนูปีนรั้วขึ้นไปจะช่วยดันตูดชีดันปีนล้ำหน้าคนดันไปซะอีก แม้รุ่นน้องจะแซวบอกจะไปฟ้องอาจารย์ก็โดนชีด่าไฟแลบ ส่วนนังน.เข็ดค่ะ เข็ดๆซะมั่งเหอะ เหอๆ จบแล้วชีวิตสุดมันของหนู ปัจจุบันนี้น้องอ. ก็แต่งงานไปเมื่อเดือนมีนานี้เอง เพิ่งโทรมาบอกเมื่อต้นเดือนว่าท้องแล้ว นี่ถ้าลูกชีออกมานิสัยเหมือนชีนี่คงแย่แน่เลย

ตอนที่แล้วค้างเอาไว้ตอนสำคัญเลย ถือเป็นจุดพลิกผลันของนิสัยหนูเลยทีเดียว เพิ่งรู้ว่าการอยู่คนเดียวต้องคอยดูแลตัวเองมันจะทำให้นิสัยเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้ พี่สาวหนูด่าหนูบ่อยๆ บอกว่าชอบหนูตอนเด็กๆมากกว่า น่ารักหยั่งงั้นน่ารักหยั่งงี้ หนูก็ตอบชีไปว่า มันตายไปแล้วมั้งไอ้คนนั้นน่ะ เพราะถ้ามันยังนิสัยหยั่งงั้นอยู่จนถึงป่านนี้ล่ะก็ ไม่มีทางรอดหรอก พี่สาวหนูเลยด่าหนักเลย เอาล่ะ มาอ่านกันต่อดีกว่า

ตอนที่แล้วถึงตอนที่หนูเงื้อมือจะตบนังอ้วนนั่นซึ่งเพื่อนๆ เข้ามาห้ามกันไม่ทันเพราะเหตุการณ์มันรวดเร็วมาก ทันใดนั้น อาจารย์ก็เดินเข้ามาค่ะ มือหนูเลยชะงักเป็นมาม่าในซองอยู่อย่างนั้นล่ะค่ะ ระหว่างนั่งเรียนก็แอบด่ากันตลอด ดีไม่มีแอบถีบกันใต้โต๊ะอาจารย์ก็สอนไปเรื่อยๆ หนูก็นึกในใจ เอ หนูก็จะตบมันตรงหน้าห้องน้า ทำไมอาจารย์ไม่ว่าอะไรเลยว้า หรือที่นี่จะเป็นแบบที่เค้าลือกันว่าทุ่มเทเรื่องเรียนอย่างเดียว เรื่องอื่นไม่สน หนูไม่กล้าสบตาอาจารย์ตลอดชั่วโมงเลย จนใกล้จะหมดคาบ อาจารย์แกสอนชีวะค่ะ ไม่รู้วกเข้ามาเรื่องนี้ได้ยังไงแกบอกว่าไอ้โรงเรียนเราเรื่องนักเรียนตีกันเนี่ยก็มีนะ (เอาแล้วไง) จริงๆแล้วน่ะไอ้เรื่องพวกนี้ฝ่ายปกครองเค้าก็รู้จับมาได้ก็มาถามว่าใครตีใครก่อน แต่ก็ต้องลงโทษทั้งคู่แหละ แต่ครูว่าจริงๆควรจะลงโทษไอ้คนหาเรื่องมากกว่านะ (พูดเข้าไป ตกลงอาจารย์คิดว่าใครหาเรื่องคะ) เวลาจับมาเงี้ยก็จะมีไอ้ตัวเล็กตีกะคนตัวโต (นั่นไงมาแล้ว) อาจารย์ก็จะคิดว่าไอ้ตัวโตนี่แหละมันรังแกไอ้ตัวเล็ก แต่จริงๆ ไอ้ตัวเล็กต่างหากตัวดีเลย มันไปแกล้ง ไปยั่วจนไอ้ตัวโตทนไม่ไหว อย่างนี้ไอ้ตัวโตก็เสียเปรียบ (กรี๊ด อาจารย์ มันหาเรื่องหนูก่อนนะคะ) อาจารย์แกพร่ำอย่างนี้อยู่พักนึงแล้วก็สอนต่อ หนูนั่งน้ำตาตกในเป็นดาวพระศุกร์อยู่คนเดียวโดยมีนังอ้วน(นังมาหยารัดหมี ชื่อเหมาะกะมันจริงๆ ) นั่งสะใจอยู่ข้างๆ จะให้ดาวแก้ตัวได้ยังไงล่ะคะ อาจารย์แกเล่าเรื่องชีวิตการตีกันของเด็กในโรงเรียนให้ฟังอ่ะค่ะ ไม่ได้พูดชื่อหนูซักคำนึง หยั่งกะละครน้ำเน่าตูโดนแกล้ง แต่ดันถูกด่า คนตัวโตมันแกล้งคนตัวเล็กก่อนจริงๆค่ะอาจารย์ ฝ่ายปกครองเข้าใจถูกแล้ว แต่ไม่เป็นไรเพราะเพื่อนๆก็เห็นว่านังรัดหมีมันทำดาวก่อน มีคนรู้บ้างดีกว่าไม่มีเลย (แต่เพื่อนๆก็เห็นด้วยว่าหนูเงื้อมือก่อน) ชีวิตนี้ไม่เคยตบใครเลยค่ะ เกือบได้ตบนังรัดหมีนี่คนแรก จากนั้นหนูก็โทรไปหาแม่บอกแม่ว่า ถ้าฝ่ายปกครองเรียกผู้ปกครองมา แม่ช่วยมาทีนะ อย่าให้เตี่ยมาไม่งั้นเค้าตายแน่ แม่หนูก็บอกไปทำอะไรมาล่ะ โอ้วตูจะบอกดีมั้ยเนี่ยว่าตูเพิ่งจะเกือบไปตบนังรีดหมีมา ในที่สุดก็เล่าให้แม่ฟัง แม่คนอื่นจะมีปฏิกิริยายังไงหนูไม่รู้ แต่แม่หนูดีใจยิ่งกว่าถูกหวย โอเคลูกอาจารย์เรียกวันไหน เดี๋ยวแม่ไปเลย เนี่ยแม่ก็เป็นห่วงว่าอยู่ไม่ยอมสู้คนเลย กลัวจะอยู่ที่นู่นไม่ได้ แต่นี่ถึงขนาดจะตบเค้าก่อนเลย แม่ดีใจมาก ถ้าที่หลังใครมาแกล้งมาท้าก็ตบมันไปเลยลูก เดี๋ยวเตี่ยหนูว่า อาจารย์เรียกไปพบ แม่จัดการเอง(อ้าวแม่ตู ปรกติแกเป็นแค่แม่บ้านนี่หว่า ไม่รู้ว่ารับจ๊อบเป็นโปรโมรเตอร์มวยด้วย) แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นแปลว่าอาจารย์ไม่ได้ไปฟ้องฝ่ายปกครอง ระหว่างนั้นหนูก็คอยหลบหน้านังรัดหมีตลอดเวลาจนกระทั่งวันนึงเข้าแถวหน้าเสาธง ชีก็เดินเข้ามาขอโทษหนูก่อนเลย หนูก็ดีใจมากบอกไม่เป็นไร แต่เรื่องของเรื่องคือเพื่อนในกลุ่มหนูไปอยู่กลุ่มชีอะ เพราะคุณเธออยากคบกับกลุ่มเด็กเรียน ซึ่งถึงหนูจะไม่ตั้งใจเรียน แต่คะแนนหนูก็มากกว่านังอ้วนนี่นะ ท๊อปก็เยอะ ทำให้หนูไม่พอใจที่เพื่อนหนูไปอยู่กลุ่มนั้น ซึ่งนังอ้วนก็ไม่พอใจหนูเหมือนกัน

หลังจากที่ยัยรัดหมีมาขอโทษหนู และแม่ก็ยังออกปากจะปกป้องหนูทำให้ความซ่าของหนูยิ่งทวีคูณ ยิ่งได้กลุ่มเพื่อนใหม่(เนื่องจากเพื่อนที่หนูมีอยู่เพียงคนเดียวมันเรียนสายวิทย์ไม่ไหวเลยย้ายห้อง) เพื่อนกลุ่มนี้มีทั้งเด็กเรียนและเด็กไม่เรียนทำให้หนูซึ่งก้ำกึ่ง 2 กลุ่มนี้(เล่นน้อยเรียนน้อย) สามารถเล่นได้ไม่ต้องกลัวเรียนตก หลังจากนั้นไม่นานมีเพื่อนในห้องมาหาหนูตอนพักเที่ยงเพื่อมาทาบทามไปประกวดมิสทิฟฟานี่ กร๊ากใครหว่า ไม่ใช่ ชีต้องการให้หนูไปตบกะเด็กโรงเรียนอื่นที่มาชอบชายหนุ่มคนเดียวกะชี อ้าวยัยนี่ ผู้ชายก็ไม่ได้เป็นแฟนหล่อนก็แอบชอบเหมือนกัน วู้ โดยเด็กที่จะให้ไปตบนั้นอยู่ชั้นเดียวกัน ขอสมมตินามตามท้องเรื่องว่าธิดาช้าง (ถ้าใครยังไม่รู้ว่าตัวเธอแค่ไหน ให้กลับไปอ่านชื่อใหม่) หนูตอบรับแต่ขอให้หล่อนเลี้ยงข้าวอาทิตย์นึง ชีไม่โอเคชีบอกวันเดียวพอ(ข้าวจานละ 6 บาท) หนูบอกงั้นเมิงไปตบเองเหอะ จริงๆหนูก็รับปากไปงั้นแหละไม่ได้จะไปตบหรอก หนูมาเรียนอ่ะค่ะ เรื่องตัวเองก็ไม่ใช่หนูไม่ไปหาเรื่องเจ็บตัวหรอก จากเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ภาพพจน์ของหนูถูกมองว่าหน้าตาดีและซ่า (เกี่ยวกันมั้ยเนี่ย)ภาพพจน์เด็กหงอหายสิ้นชนิดกู่ไม่กลับแม่หนูก็ดีอกดีใจที่ลูกเก่งกล้าสามารถ ทั้งที่จริงๆหนูแค่เกือบตบแค่นั้นเอง และก็ไม่เคยมีเรื่องกะใครอีกเลย ทำไมหนูต้องมาสิ้นภาพพจน์นางงามด้วยไม่เข้าใจ เอาล่ะ วันนี้พอแค่นี้ หนูจะไปฟังผู้เข้าประกวดมิสทิฟฟานี่ร้องเพลงต่อล่ะ


edit @ 2005/05/16 13:58:05