Life

งานใหม่

posted on 13 Sep 2009 11:22 by uregus in Life

เดือนนี้ไม่มีอะไรมากหรอกค่ะ จริงๆ อยากเล่าเรื่องมิกิแต่ก็ออกอาการงานยุ่งจัดจนหายหน้าหายตา เพราะงั้นขอเม้าเรื่องงานแทนละกันนะคะ

อย่างที่ทราบกันว่าบล๊อคก่อนหน้านี้บอกว่าได้ออกมาอยู่บริษัทใหม่ ระยะทดลองงานก็ 90 วัน ต่างจากบริษัทเก่า ที่ทดลองตั้ง 120 วัน ตอนนี้ทำงานมาได้เกือบเดือนครึ่งแล้ว ยังไ่ม่รู้อะไรเีกี่ยวกับบริษัทใหม่อีกมากเลยค่ะและเพราะความไ่ม่รู้จึงมักโดนทาง HRตามตัวบ่อยๆ ส่วนใหญ่เป็นเืรื่องของการ KeyTime sheet ค่ะ

ใครเคยอ่านบล๊อคแนะนำตัวของเราคงทราบกันดีว่าเราทำงานอะไร เนื่องเพราะไม่เคยอยู่ออฟฟิสตัวเองต้องเข้าบริษัท User ตลอดเวลาดังนั้นจึงต้องส่ง Timesheet แทนซึ่งบริษัทเดิมที่เราเพิ่งจากมานั้นไม่มี จะบอกว่าถึงจะทำงานมาเดือนนิดๆ แล้วแต่ก็ยังไม่ค่อยเข้าใจอยู่ดีค่ะ

แถมจะบอกว่าเพิ่งรู้ว่าบริษัทตัวเองนั้น...อืม...เอาเป็นว่าแปลกใจก็แล้วกันค่ะ คือรู้จักบริษัทนี้อยู่ก่อนแล้วและคิดว่าใครๆ ก็คงรู้จักแต่ไม่รู้มาก่อนจริงๆ ว่าจะใหญ่ขนาดนี้ เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาไปเทรนพนักงานใหม่เพิ่งได้รู้ ยอมรับว่าอึ้งรับประทานไปเลยจริงๆ ค่ะ เพราะปรกตินอกจากญี่ปุ่นแล้วเราก็แทบจะไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น

ตอนย้ายมาก็หวั่นใจว่าจะปรับตัวได้มั้ย แต่คนบางคนเค้าบอกว่าเราน่ะ...อยู่แล้ว สบายใจได้ ไม่ห่วง (หลอกด่าตู)  แต่ก็ต้องขอบคุณจริงๆ ค่ะ เพราะนั่นก็ทำให้สบายใจขึ้นมากจริงๆ แต่จะบอกว่าเข้าไปช่วงแรกๆ นั้นต้องปรับตัวมากจริงๆ ค่ะ แต่โชคดีที่หัวหน้าใจดีและน้องที่มาก่อนก็ช่วยเทคแคร์เป็นอย่างดีทำให้สบายใจไปได้ในระดับหนึ่งและจะบอกว่าเพื่อนร่วมงานทุกคนนิสัยดีมากค่ะ ดีจนกลัวว่าเราจะเลวอยู่คนเดียวประมาณนั้นเลย แต่ตอนนี้ก็เกือบจะอยู่ตัวแล้ว

ตอนเข้ามาทีแรกเราถึงกับไปรื้อการ์ตูนของ Morning Musume มาอ่านว่า Attitude การทำงานของแต่ละคนเป็นอย่างไร ลำบากแค่ไหน แล้วก็พยายามนำมาปรับใช้ แบบว่า...ไม่ว่าใครก็ต้องลำบากกันทั้งนั้นน่ะ ประมาณนี้ ก็ขอบคุณ Morning musume ด้วยจ้ะ มาช่วยอีกแล้ว

คนที่ยืนอยู่ซ้ายสุดสวยมาก แต่ผมหนูแดงๆ นะคะ ไม่ได้แอบไปทำมาแล้วไม่บอกเค้าใช่ป่ะ จำสัญญาเราได้มะ เตงทำเค้าก็จะทำนะ
(แต่ไม่เกี่ยวกะเรื่องที่เล่านะเนี่ย)

งานที่นี่มีมากกว่าที่บริษัทเก่าเรามากจริงๆ ไม่ว่าจะโปรเจคท์หรือเนื้องานในโปรเจคท์

Timeline สั้นแต่งานเพียบโดยเฉพาะเอกสารที่มากมายมหาศาล เราทำยันตีสองตีสามทุกวันจนบางวันมีน๊อค สลบไปตั้งแต่ 3 ทุ่มเลยก็ยังมีเหมือนกัน

งานหนักจริงๆ ค่ะ ส่วนนี้แหละที่เราต้องปรับตัวเป็นการใหญ่และแอบหวั่นใจทุกครั้งว่าจะไม่มีเวลาให้ซายูมิ งานหนักมากๆ เลยค่ะ ทำัทั้งวันกลับมาบ้านยังต้องมารีโมทเข้าไปทำต่อหนังสือหนังหาไม่ได้อ่านเลย ตรงส่วนนี้เองที่เรากำลังคิดอยู่ว่าจะจูนเวลายังไงดี บางวันขี้เกียจก็ดูลูกเต้าแล้วก็เข้านอนเลยก็มี

ตอนนี้เราได้งานในส่วนที่เคยแตะมานิดๆ หน่อยๆ ค่ะ จะบอกว่าทำแทบไม่เป็นเลยก็ได้ดังนั้นจึงต้องพึ่งพาเอกสารเก่า จะบอกว่าหัวหน้าเราในโปรเจคท์นี้งานหนักมาก ต้องดูแลน้องใหม่ถึง 2 คน (อีกคนไม่ใหม่แล้วล่ะ นั่งเม้าอยู่นี่ไง ) ตอนที่เค้าเรียกไปคุยนั้นเราชอบใจมากค่ะ เล่นเป็นเล่น งานเป็นงาน โดนดุโดนว่าถ้าเป็นเรื่องงานเราไม่เคยเคือง (ไม่ใช่ว่าเราแสนดีนะ แต่เป็นแบบนี้จริงๆ)

หัวหน้าเรียกคุยครั้งแรกคือบอกว่าเรื่องงานที่มอบหมายให้ทำ ถ้าเราทำไม่ได้ภายในวันพรุ่งนี้ นั่นหมายถึงว่าเราจะทำงานได้เท่ากับน้องเท่านั้น ซึ่งอาจต้องมอบงานถนัดให้เราทำ ซึ่งเราไม่อยากทำ อยากลองของใหม่มากกว่า นั่นเป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าโอเคมาก คือชอบแบบนี้ เราเป็นคนทื่อๆ อยากให้ทำอะไรก็บอกมา เมื่อพูดมาแบบนี้เราก็มานั่งวางแผนว่าจะทำอย่างไรกับตัวเองดี แล้วก็รอดจนได้ ด้วยความช่วยเหลือจากบรรดาพี่ๆ ค่ะ

จนถึงตอนนี้ต้องบอกว่าความรู้เพิ่มขึ้นมากมาย ดีกว่าอยู่ที่เดิมเยอะเลยค่ะ ต้องขอบคุณพี่ๆ น้องๆ ที่ช่วยเหลือรวมทั้งขอบคุณเพื่อนร่วมงานทุกท่าน โดยเฉพาะหัวหน้าค่ะ ที่ช่วยตักเตือนและสั่งสอนในเรื่องงาน ถึงจะโดนว่านั้นแต่ก็เข้าใจค่ะว่าเป็นห่วง (เป็นคนที่พอว่าเราแล้วเรารู้สึกได้ว่าเค้าห่วง) ดังนั้นจึงตั้งใจที่จะช่วยงานทุกอย่างเต็มที่ หัวหน้าจะได้งานน้อยลงบ้างค่ะ นิดนึงก็ยังดี

ก็ไม่รู้ว่าจะผ่านโปรมั้ยแต่ก็พยายามเต็มที่ค่ะ ก็เอาใจช่วยกันด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ

โอยาซายูมิน!!!

 

 

เดือนนี้นึกอยู่ตลอดเวลาว่าสงสัยจะไม่ได้อัพบล๊อคซะกระมัง เนื่องด้วยเพราะงานที่รัดตัวและยิ่งนานวันเทคนิคการแต่งรูปขึ้นบล๊อคยิ่งสูงส่ง ทำให้การอัพบล๊อคในแต่ละครั้งทำไม่ได้ในวันเดียว

แต่วันนี้ก็มีเหตุเนื่องจากการไปงานหนังสือมาทำให้ต้องกลับมาอัพบล๊อคในหมวด "Life" กันเลยทีเดียว
ตั้งใจแค่ว่าจะไปซื้อการ์ตูนมานอนกลิ้งอ่านวันอาทิตย์นี้ซักชุดแต่ปรากฏว่าได้หนังสือมาเพียบ ส่วนใหญ่เป็นหนังสือเรียนภาษาญี่ปุ่นแล้วก็บังเอิญเดินไปจนเจอซุ้มที่เีขียนว่า "สำนักพิมพ์ผีเสื้อ" ซึ่งจริงๆ แล้วก็คือซุ้มของ "ดวงกมลสมัย" นั่นเอง

หลายปีที่แล้วเกิดเหตุการณ์น่าตระหนกขึ้นกับชีวิตเราคือหนังสือของหมอเจมส์ เฮอร์เรียตทั้งชุดที่เรามีถูกปลวกจับยัดแก้หิวไปซะงั้น เราถึงกับน้ำตาไหลหาซื้อใหม่แทบไม่ทัน จนทุกวันนี้ก็ยังได้ไม่ครบ เล่มที่ขาดไม่ยอมพิมพ์ซะที

(ใครไม่รู้จักหมอเจมส์ เฮอร์เรียต นักเขียนคนโปรดสุดชีวิตของเราเชิญอ่านได้ในเอนทรีนี้ค่ะ หมอเจมส์ เฮอร์เรียต )

พอมาวันนี้เราก็แปลกใจ ทำไมสำนักพิมพ์ผีเสื้อถึงมาขายหนังสือในงานนี้ได้ล่ะ เพราะพักนี้หนังสือของสำนักพิมพ์นี้มักจะติดป้ายรณรงค์ให้ซื้อหนังสือจากร้านหนังสือ
เราเดินเข้าไปวนๆ ในซุ้มเล็กๆ นั่น หนังสือของหมอเจมส์ที่วางอยู่มีหมดแล้วเช่นเคยแต่ที่หน้าร้าน...

หนังสือแนะนำคือหนังสือที่ไม่มีชื่ออยู่บนปกแต่มีรูปวาดของชายแก่คนหนึ่งซึ่งเราคุ้นหน้ามาตลอดทั้งชีวิต
ถึงจะงงๆ แต่ก็ไปหยิบมาดู มีชื่อหนังสือเขียนอยู่ท้ายเล่มว่า "The Best of James Herriot : เกือบไม่ได้เขียน"

ถึงกับอึ้ง...

ไม่เคยเห็นหนังสือของหมอเจมส์ชื่อนี้มาก่อนเลย พอขอเล่มตัวอย่างเค้าก็บอกว่าแกะได้เลยครับ
เท่านั้นล่ะ!!! เปิดมาอ่านคำนำก็บอกว่ารวมเรื่องที่ดีที่สุดของหมอเจมส์ เฮอร์เรียต...

ถ้ารวมเรื่องงั้นเราก็มีครบแล้วสิ เพราะเรามีทุกเล่มนิ? (ยกเว้นเล่มที่ปลวกกินไปและยังหาใหม่ไม่ได้)

แต่พอเปิดอ่านก็ต้องอึ้งรับประทานเมื่อ...
ชื่อตอนไม่คุ้น เนื้อหาไม่ชินอย่างแรง เป็นตอนที่หมอเจมส์เพิ่งจะมาทำงานใหม่ๆ เลยนี่นา

++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

เกือบไม่ได้เขียน
THE BEST OF
JAMES HERRIOT

หนังสือ "The Best of James Herriot" นี้ได้ถูกตีพิมพ์โดย "Reader Digest" เป็นรูปเล่มที่ใหญ่เทอะทะพอสมควร เมื่อสำนักพิมพ์ผีเสื้อเอามาแปลและตีพิมพ์เป็นภาษาไทยจึงได้แบ่งออกเป็นสองเล่ม

คือ "เกือบไม่ได้เขียน" และ "เกือบไม่ได้อ่าน"

ซึ่งขณะนี้ที่วางขายแล้วมีเพียง "เกือบไม่ได้เขียน" เพียงเล่มเดียวเท่านั้นซึ่งเพิ่งจะจัดงานแนะนำไปที่โรงพยาบาลม้า โคราช เมื่อวันจันทร์ที่ 2 มีนาคม 2552 ที่ผ่านมา ซึ่งเ้จ้าของบล๊อคคาดเอาเองว่า "เกือบไม่ได้อ่าน" น่าจะตามมาในไม่ช้า

นอกจากนี้ในเล่มยังมีภาพประกอบที่ต่างจากหนังสือทุกเล่มของหมอเจมส์ ซึ่งปรกติเราจะเห็นภาพประกอบบนหัวของชื่อตอนเท่านั้นแต่ในเล่มนี้บางตอนจะมีภาพประกอบอื่นๆ เพิ่มเข้าไปด้วย ซึ่งทำให้เราเห็นภาพได้ง่ายขึ้นแถมบางภาพยังสวยงามมากอีกด้วย อย่างเช่นภาพของหมอเจมส์ที่ยืนจับม้าอยู่ในตอนแรกหรือภาพเมืองที่อยู่ในตอนที่สองของหนังสือ

ผู้แต่ง : เจมส์ เฮอร์เรียต 
ผู้แปล : ปาริฉัตร เสมอแข
บรรณาธิการ : สัตวแพทย์หญิง ฐิติรัตน์ ไชยมี, สุรปรีย์ ปิยสาระ, บุรพัทธ์ เทวานิมิต 
ISBN : 9741403224 
Barcode : 9789741403226 
สำนักพิมพ์: ผีเสื้อ
ขนาด : 132 x 185 x 20 มม.
จำนวน : 344 หน้า 
น้ำหนัก : 340 กรัม
เนื้อในพิมพ์ : ขาวดำ
ชนิดปก : ปกอ่อน
ชนิดกระดาษ : กระดาษถนอมสายตา
หมายเหตุ : ผีเสื้ออังกฤษ
หมวด : วรรณกรรม
กลุ่มเป้าหมาย : บุคคลทั่วไป
เดือนปีที่พิมพ์ : 3 / 2552

(ข้อมูลจาก DK Today และ Se-ed) 

สารบัญ

- หนังสือที่ผมเกือบไม่ได้เขียน
- แรกมาอยู่เมืองแดร์โรว์บี้
- หมอฟาร์น่อนทดสอบผม
- เป็นเพื่อนกัน
- ทริสทั่นถูกไล่
- สงครามหลอก
- ทริสทั่นทำบัญชี
- ปาฏิหาริย์ไม่มีวันเสื่อมคลาย
- เลี้ยงสัตว์เล็กๆ น้อยๆ
- เลขานุการสมบูรณ์แบบ
- บทเรียนจากม้า
- ลูกวัวขาเจ็บพาผมไปหาเฮเลน
- คืนสำราญ
- จอห์นเฒ่าและ 'เบี้ยบำนาญ'
- เยียวยาอย่างรู้จักกาลเทศะ
- ทำให้ประทับใจ
- ชิมไวน์กับคุณครั้มพ์
- นิวตั้น มอนต์มอเร็นซี่ ที่หก
- การเปลี่ยนแปลงของแรงม้า
- เผชิญปัญหาอันยากยิ่ง 

+++++++++++++++++++++++++++++

20 ตอนใหม่ที่คงทำให้เราประทับใจไปอีกนานเพราะแค่อ่านตอนแรกที่หมอเจมส์คุยกับภรรยาเราก็อมยิ้มแล้ว หนังสือของหมอยังให้ความรู้สึกดีๆ อยู่เสมอ เป็นหนังสือชุดที่เราวางไว้บนหัวนอนเลยทีเดียวค่ะ
ใครเป็นแฟนหนังสือของคุณหมอเจมส์ เฮอร์เรียตพลาดไม่ได้แล้วนะคะ รีบไปที่ร้านหนังสือใกล้บ้านท่านได้เลยค่ะ แล้วถ้า "เกือบไม่ได้อ่าน" ออกมายังไงจะมาอัพให้ทราบกันอีกแน่นอนค่ะ

ถึงกัสซังในอีก 1 ปีข้างหน้า~~~

สวัสดีกัสซัง + 1 ^^

เป็นยังไงบ้าง สบายดีรึเปล่า ปี 2009 ที่ผ่านไปกัสซังสุขภาพแข็งแรงขึ้นบ้างรึเปล่า ยังป่วยบ่อยอยู่ไหม
เราไม่ค่อยชอบนนเวลาที่พูดอะไรเยอะๆ แล้วเกิดอาการไข้ขึ้น กัสซังป่วยง่ายมากๆ เลยรู้ตัวรึเปล่า ที่ออฟฟิสเค้าอาจจะคิดว่ากัสซังหาเรื่องอู้งานก็ได้นะ เพราะงั้นก็ช่วยทำตัวให้แข็งแรงด้วย

ตอนนี้อยู่ที่ไหนหรอ ยังอยู่เมืองไทยรึเปล่า
ยังเป็น Consaultant อยู่อีกรึเปล่าแล้วที่สำคัญ...บริษัทอะไรน่ะ ^^

ถ้าตอนนี้อยู่บริษัทอื่นเราไม่แปลกใจนะ แต่ถ้ายังอยู่ที่เก่าล่ะก็...เหตุผลคืออะไรน่ะกัสซัง
มันเป็นเหตุผลที่น่าเศร้าถึงขนาดทำให้ชีวิตเดินต่อไปไม่ได้หรือว่าเป็นเหตุผลที่ดีเลิศจนปฏิเสธไม่ได้เหมือนเราในตอนนี้กันแน่นะ

ถ้ายังอยู่ต่อขอให้เต็มใจอยู่นะ อยู่อย่างมีความสุขแต่เชื่อเถอะ ความรู้สึกตอนนี้กับอีก 1 ปีข้างหน้าความรู้สึกที่มีต่อบริษัทนี้ก็ยังคงเหมือนเดิมแน่ๆ

แล้วก็...แม่เป็นยังไงบ้าง ได้ป่วยอะไรอีกรึเปล่า ค่าหมอแพงมากๆ เลยนะจำได้มั้ย
แล้วเตี่ยล่ะ ยังติดต่อกับคนๆ นั้นอยู่รึเปล่าน้อ...จะเลิกได้จริงอย่างปากพูดมั้ยนะ...ที่สำัคัญตอนนี้เตี่ยเป็นยังไงบ้าง

แข็งแรง? หรืออาการหนักกว่าเดิม...หรือว่า...
ฮื่อ~~~ เตี่ยคงต้องยังปั่นหัวลูกๆ สนุกสนานเหมือนเคยแน่ๆ สงสารพี่ๆ จังแฮะ(ตัวเองรอดมั้งน่ะ???)

คอนโดใหม่เป็นไง อยู่สบายมั้ย มีปัญหาอะไรกวนอารมณ์รึเปล่า
ขอให้ดีทีเถอะนะ

ตอนนี้นะ่ อีก 2 เดือนกำลังจะรู้ผลสอบนะ
ถ้าสอบผ่านล่ะก็จะต้องดีใจมากแน่ๆ เลยใช่ม้า

อ่อนั่นสินะ...แล้วกัสซังน่ะ ปลายปีได้ลงสอบอีกรึเปล่า
ระดับไหนหรอ ^^ ตกลงไอ้ที่สอบไปผ่านรึเปล่า ดีใจมากมั้ย

คนที่ไม่ชอบไม่อยากคุยด้วยน่ะ หาวิธีเลิกคุยกับเค้าได้รึยัง
เกลียดมากเลยเนาะ ^^"

ขอให้มีความสุขมากๆ นะกัสซัง
1 ปีนับจากวันนี้เป็นต้นไปขอให้พยายามเพื่อความฝันอย่างเต็มที่เลยนะ

ลงชื่อ

กัสซัง
ณ.วันที่ 11 มกราคม 2552

--------------------------------------------------------------------------- 

ถึงกัสซังอีก 10 ปีข้างหน้า

ว่าไงกัสซัง +10 ^^

แข็งแรงรึเปล่า 555 ยังเล่น Exteen อยู่มั้ยนั่น
ยังไงก็อย่าเพิ่งลืมจดหมายฉบับนี้ไปซะก่อนล่ะ

อืม...ตอนนี้น่ะ กัสซังมีความรับผิดชอบมากมายเลยนะรู้รึเปล่า
โตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่ถือว่าดีมากๆ ในสายตาของหลายๆ คนเลยล่ะ โตเกินตัวมาตั้งนานแล้ว
โดยเฉพาะพักหลังๆ มีความรับผิดชอบต่องานและครอบครัวในระดับที่สูงพอสมควรเลยแม้เจ้าตัวจะทำไปแบบไร้อารมณ์ก็เถอะ ถ้าเทียบกับเพื่อนในวัยเดียวกันกัสซังแ่ก่กว่าเค้าไป 10 ปีได้แล้วมั้ง โดยเฉพาะความรับผิดชอบ
เพราะงั้นอยากรู้มากๆ เลยว่าถึงเวลาที่เป็นกัสซัง +10 แล้วจะเป็นผู้ใหญ่ไปกว่านี้อีกมากรึเปล่า
เจอเรื่องอะไรในชีวิตมาบ้าง

กัสซัง +10 น่ะอายุเยอะแล้วนา ^^ เป็นยังไงบ้าง
ยังเป็นผู้ใหญ่ได้มากกว่าตอนนี้รึเปล่า ถ้ามองกลับมาณ.วันนี้แล้วกัสซังโตขึ้นรึเปล่า
เลิกนิสัยเสแสร้งได้รึยัง (พูดซ้า...)

มีใครจับได้รึยังว่าจริงๆ แล้วกัสซังเป็นคนยังไงกันแน่
ยังคบกับเพื่อนเก่าๆ หรือรุ่นพี่ที่เคารพอยู่มั้ย
แม่ล่ะเป็นไง แ่ก่เยอะแล้วยังทะเลาะกับหมาอยู่่มั้ย

แล้วก็อยู่เมืองไทยรึเปล่า อยู่ประเทศอะไร
หรือว่า...
ใช้คำว่ากลับมาอยู่เมืองไทยรึยังอย่างนี้ได้มั้ย^^

กัสซัง+10 จำได้มั้ยว่าตัวเองตอนนี้ชอบใครอยู่ จะ 3 ปีแล้วนารู้รึเปล่า
ได้มีอะไรคืบหน้าบ้างรึยัง^^ เจอเค้าบ้างรึเปล่าหรือตอนนี้อยู่ด้วยกันแล้ว ^^

ดีสุดๆ...อ่า
เค้าเป็นคนดีมากใช่มั้ย

แต่งงานรึยังล่ะ
แต่งได้แล้วนะรู้รึเปล่า อย่าบอกนะว่าจะรอเค้าไปเรื่อยๆ ป่านนี้เค้ามิชิงแต่งงานไปแล้วรึ
ยังชอบเค้าอยู่รึเปล่าหรือชอบคนอื่นมากกว่าแล้ว

กัสซังเปลี่ยนอาชีพรึยังน่ะ ถึงตอนนี้เรามั่นใจนะว่ากัสซังคงไม่ได้อยู่บริษัทเดิมแน่ๆ แล้วก็อาจจะเลิกเป็น Consultant ไปแล้วด้วยซ้ำ

ว่าไง???

เป็นอาชีพที่ดีใช่มั้ย
หาสิ่งที่ชอบเจอรึยัง
สิ่งที่ไม่ชอบล่ะ เลิกทำรึยัง

ตอนนี้กัสซังยังนึกไม่ออกเลยว่าตัวเองชอบอะไรหรือไม่ชอบอะไร
บางทีก็รู้สึกว่าตาบอดล่ะรู้รึเปล่า คนเราถ้าไม่มีความฝันอยู่ไปก็แค่รอวันตายไปวันๆ เท่านั้น
ยังคิดอย่างนี้อยู่รึเปล่า

กัสซังตอนนี้เป็นคนคิดมากมากๆ เลยนะ
ช่างสรรเืรื่องมากังวลจริงๆ

ความฝันที่หวังเอาไว้น่ะ สำเร็จรึยัง ตอนนี้เราหวังไว้อยู่ 2 - 3 อย่าง
ไม่ได้คิดเป็นข้อๆ แบบจริงจังหรอกนะแต่รวมๆ แล้วก็ประมาณนี้แหละ
ว่าไงล่ะทำได้รึยังแล้วความฝันใหม่คืออะไรน่ะ

เออ อยากรู้ด้วยว่า Morning Musume เป็นยังไงบ้างน่ะ ยังอยู่ดีรึเปล่า
ยังชอบอยู่มั้ยจ้ะ^^

ท่านเทพยังงามบรรเจิดที่สุดในโลกอยู่รึเปล่า หรือมีคนอื่นแซงท่านไปแล้ว
ยังชอบท่านเทพอยู่มั้ย^^"

กัสซังเลิกเป็นคน 3 บุคลิกแล้วรึยัง
เลิกแคร์คนอื่นมากกว่าตัวเองรึยัง
เลิกฝืนทำเป็นหัวเราะทำเป็นสนุกสนานรึยัง
เลิกชวนคนอื่นเค้าคุยทั้งที่ตัวเองไม่ได้มีอะไรจะคุยด้วยรึยัง

เหนื่อยชะมัดเลยรู้รึเปล่า เป็นนิสัยที่ใครๆ ก็บอกให้เลิกได้แล้ว
ไม่อยากคุยก็ไม่ต้องคุย...

เพราะยิ่งฝืนทำก็ยิ่งเกลียดโทรศัพท์ใช่รึเปล่า ตอนนี้ยังเกลียดอยู่รึเปล่าโทรศัพท์น่ะ
ใจดำพอจะนั่งดูไฟกระพริบที่หน้าจอโดยไม่รับสายได้รึยัง
ขอให้ทำให้ได้ทีเถอะ กัสซังตอนนี้จะดีใจสุดๆ ไปเลยรู้รึเปล่า

ขอให้มีความสุขซักทีเถอะนะ อายุก็มากแล้ว ขอให้มีความสุขและเปลี่ยนไปมากๆ ขนาดที่อดคิดไม่ได้ว่า
ทำไมเมื่อ 10 ปีที่แล้วถึงไม่กล้าทำนะ
อย่างนี้เลยนะกัสซัง +10

ขอให้ตัดสินใจทุกอย่างให้เด็ดขาดและโชว์ตัวตนที่แท้จริงของตัวเองออกมาได้โดยไม่ต้องแคร์คนอื่น 

 มีความสุขมากๆ นะ

ลงชื่อ

กัสซัง
ณ.วันที่ 11 มกราคม 2552

---------------------------------------------------------------------------