posted on 06 May 2005 17:35 by uregus in Life
พูดตามตรงก็ยังไม่รู้ว่าจะเขียนอะไรเลยนะเนี่ย แต่ก็คิดอยู่ตลอดว่าอยากเขียนไดอารี่แต่ก็ขี้เกียจซื้อสมุด และที่สำคัญ คำนิยามของไดอารี่ที่คิดไว้ตลอดก็คือความลับที่มีไว้ให้คนอื่นแอบอ่าน เพราะฉะนั้นเมื่อมีบางคนส่งเว็บนี้ที่เฮียแกมาเขียนบ่น(ด่าซะส่วนมาก) เรื่องชีวิตของแก หนูก็เลยเลียนแบบแกบ้าง ด้วยความไม่พร้อมหลายประการเลยยังไม่รู้จะเขียนอะไรเพราะกระทันหันเกิ๊น จริงๆก็คิดอยู่ว่าสงสัยจะบ่นเรื่องอดีตเจ็บช้ำซ้ำซากของตัวเองแหงๆ แต่จะพยายามไม่พูดถึงละกันนะ งั้นบ่นเรื่องอื่นละกัน
เอาเป็นว่าแนะนำตัวดีกว่า(จริงๆอยากบ่นแล้วแต่แนะนำตัวก่อนละกัน)
ชื่อ : uregus (ตกลงเอาตามนี้)
เพศ : หญิง
สถานะ : โสด แต่อยากเป็นแฟนเจ้าของเว็บ romclub ^^ >> กรี๊ดล้อเล่นย่ะ ชั้นไม่สนหมูหรอกย่ะเฮียอ้วน
สิ่งที่ชอบ : เล่นเกม , อ่านการ์ตูน , ดูหนัง (All about my life is Entertain)
ปรกติจะสิงอยู่ที่เว็บ Romclub แต่เนื่องจากปัจจุบันบริษัทใหญ่มากของเดี๊ยนเค้าดันบล๊อกเว็บ All of entertain ไปหมดแล้ว ซึ่งแม้แต่จะตรวจล็อตเตอรี่ยังไม่ได้ ดาวน์โหลดนี่โดนบล๊อคมานานแล้ว ทำไมชีวิตมันห่วยอย่างนี้ทำให้อยากลาออกอยู่บ่อยๆ แต่ก็ไม่ได้ไปซักที อยากดาวน์โหลดนู่นนี่เต็มไปหมดเลย ทั้ง Ichigo 100 ทั้ง Mermaid scare ทั้ง Negima ทั้งรอมต่างๆนานาที่อยากได้ อยู่ที่นี่ก็รำคาญหลายอย่าง ทั้งความไม่ยุติธรรมอย่างรุนแรงที่ทำให้คนที่นี่ต้องออกไปหลายคน เห็นใครๆก็บอกแผนกอื่นไม่เป็นนะ นั่นสิ ทำไมพอชั้นอยู่ที่ไหนมันต้องมีเรื่องมีไรให้ไม่ชอบใจด้วย แต่เนื่องจากรุ่นพี่ที่คุ้มศีรษะอยู่แกเป็นคนดีมาก เลยทำให้อยากอยู่ด้วยถึงแม้จะไม่ได้ทำตัวเป็นประโยชน์แกพี่แกมากนัก แต่ก็พยายามอยู่เต็มที่ ทั้งที่คิดว่าเต็มที่แต่ตัวหนูเองก็คิดว่าตัวเองมีความสามารถจำกัดจำเขี่ยเต็มทน เมื่อคืนก็โดนเพื่อนด่ามาแค่ปรึกษาเรื่องส่วนตัวนิดหน่อย ว่าจะตัดสินใจยังไงดี มันด่าหนูว่า เรื่องโง่ๆหนูถนัดอยู่แล้ว ก็ยังจะไปถามมันอีกว่าตกลงตัดสินใจยังไงดี ตกลงนี่ชั้นโง่จริงๆด้วย
วันนี้เอาแค่นี้ก่อนดีกว่าไว้พรุ่งนี้คึกคักมีเรื่องเมาท์จะเอามาเขียนอีก

posted on 09 May 2005 12:41 by uregus in Life
มีบางคนมาแนะนำให้หนูด่าบริษัทอ่ะค่ะ ทั้งที่แกเองก็เขียนแต่เรื่องด่าๆ อยู่แล้วยังจะอยากเห็นคนอื่นด่าอีกแต่ไม่เป็นไรด่าก็ได้เนอะเฮียเนอะ
จริงๆแล้วก็อยากจะเอ็มอ่ะนะ แต่สงสัยว่าเน็ตเวิร์คมันอยากจะหาเรื่องตีกะหนูละมั้งนะ พอออนได้มันก็ดันติดๆดับๆซะนี่ คุยไม่รู้เรื่องเลย ไอ้เน็ตเวิร์คนี่เรื่องมากหลายทีแล้ว สงสัยจะได้ฤกษ์ด่าอีกรอบ
เมื่อวานนี้วันอาทิตย์ เป็นวันที่ดีมาก เพราะนอนตอน 4 ทุ่มเกือบครึ่งตื่นตอนเที่ยงทีวีไม่มีอะไรดูเลยนอนต่อตื่นอีกที 4 โมงเย็นออกไปกินข้าว 2 จานครึ่ง(ข้าวชาวบ้านครึ่งจาน) โรตี 2 อันไม่ใส่ไข่ กลับมาเก็บกวาดห้องตากผ้า ตากๆอยู่ไฟก็ดับ เหอๆ อะไรฟะแค่ทำงานบ้านแค่นี้ไฟดับตามด้วยเสียงระเบิดอีก 2 ที ไม่รู้จะทำไงก็เลยเดินคลำบันไดออกมาจากบ้าน ไม่เป็นไรไม่ใช่บ้านชั้นบ้านเดียว ว่าแต่นี่ชั้นต้องอดดูน้องส้มเหรอเนี่ย พี่วีกะลังจะไปช่วยน้องปูเลย หลังจากที่ไปสมทบกะคนอื่นแล้วก็คิดว่าอีกนานกว่าไฟจะติดเลยไป seven และได้โยเกิร์ตมาอีกถ้วยนึง ชีวิตชั้นไม่ยุบแน่แล้ว ตอนขับรถออกไปยามหมู่บ้านมันก็ถามอย่างแตกตื่นมากว่า "เห็นงูมั้ยครับ เห็นงูมั้ยครับ" ปากก็ตอบว่าไม่เห็นน่ะนะ แต่ในใจอ่ะ "เห็นค่ะอยู่บนหัวลุงไงคะ" ^^ ปรากฏว่างูมันขึ้นไปทำไรกะหม้อแปลงไม่รู้เลยระเบิดไฟดับ งูตัวต้นเหตุก็ห้อยอยู่บนเสาไฟนั่นแหละ เหอๆ
และเมื่อเช้ากะลังจะทำงานเลย ไอ้โรงงานที่เฮียยุให้ด่าอ่ะ มันดันปล่อยไอกรดเข้ามาในออฟฟิส เท่านั้นแหละรีบเผ่นไปโรงอาหารกันหมด โรงงานนี้ดีค่ะ วันดีคืนดีก็ต้องวิ่งหนีควันพิษ วันดีคืนดีก็ต้องเตรียมแพคของหลบโรงงานระเบิดเนื่องคลอรีนรั่ว วันดีคืนดีออกไปซื้อของก็โดนชาวบ้านด่าหาว่าโรงงานที่ตัวเองทำอยู่มันจะระเบิด ที่นี่ก็ดีค่ะจะระเบิดทีก็ออกไปกล่อมชาวบ้านทีบอกไม่เป็นไรแค่ก๊าซรั่วไม่เป็นไรไม่อันตราย ยังมาเสี้ยมสอนพนักงานให้ตอบว่าใครถามบอกไม่อันตราย แต่พอคุยกันเองล่ะก็ หนีเถอะครับตายแน่ อย่าอยู่เลย น่าเบื่อเสมอๆเลยที่นี่ มีอะไรให้เบื่อตลอด วันดีคืนดีนั่งๆทำงานอยู่ถ้ามันระเบิดขึ้นมาจริงๆจะทำไงฟะเนี่ย
บ่นต่อ พักนี้หนูว่างานที่หนูได้ชักจะแปลกๆเข้าไปทุกทีแล้ว งานบางตัวไม่ใช่ส่วนที่หนูต้องรับผิดชอบด้วยซ้ำก็โดนมาเต็มๆดอก ไม่ใช่ว่าหนูเกี่ยงงานนะคะ แต่เข้าใจมั้ยว่าเราแบ่งงานกันอย่างชัดเจน และลำพังเรื่องที่หนูดูอยู่ก็ยังรู้ไม่หมดเลย มีด้านที่ไม่ใช่ของตัวเองมาอีกก็ซวยสิคะ เพราะมันทำไม่ได้เห็นๆอยู่แล้ว
ขี้เกียจบ่นแล้วไร้สาระเกินเหตุไว้โรงงานจะระเบิดหนูจะชวนทุกคนมาเที่ยวนะคะ
edit @ 2005/05/12 10:49:08
posted on 10 May 2005 11:32 by uregus in Life

เมื่อวานนี้เห่อมากๆ อยากจริงๆที่จะเขียนอะไรซักหน่อย แต่คิดไม่ถึงจริงๆ ว่าจะต้องมาเขียนเรื่องนี้
มันเป็นเรื่องที่ทำให้ช้ำใจเอามากๆ มาเป็นเวลานานแล้ว นั่นคือตัวเองไม่พวกไม่มีความคิดสร้างสรรค์ อาจจะเรียกอย่างนี้ได้ไม่เต็มปากเท่าไหร่ที่แน่ๆเลยคือ หนูเป็นพวกไม่มีหัวศิลป์น่ะค่ะ
เหตุการณ์ดำเนินมาตั้งแต่เด็กๆแล้วเมื่อหนูมีความสนใจทางด้านศิลปะต่างๆมาก ชอบวาดการ์ตูนที่สุด แม้จะไม่สวยก็เถอะ แต่ก็ชอบมากเห็นกระดาษว่างๆไม่ได้เลยยีเละ เตี่ยกะแม่ก็มักจะชอบลักมาดูว่ามันวาดอะไรของมันทั้งวัน แต่ก็ดูไม่รู้เรื่องหรอก เดากันไปเรื่อย จนกระทั่งเรียนวิชาศิลปะหนูก็จะพบว่าคนรุ่นราวคราวเดียวกับหนูเนี่ยเค้าวาดรูปเก่งกันขนาดนี้เลยเหรอ ซึ่งมันทำให้หนูต้องปรับปรุงตัวเองอย่างแรง เวลาที่หนูวาดรูปหนูจะเน้นหลักความจริงเป็นหลักไม่มีจินตนาการอะไรเลยทั้งๆที่การวาดให้เหมือนของจริงมันยาก ถ้าวาดให้แบบออกแนวน่ารักๆหน่อยจะดีกว่า ปรากฏว่าจากเดิมที่วาดไม่สวยอยู่แล้ว ยังไม่มีความคิดสร้างสรรค์ทำให้ภาพมันออกมาแย่มาก มีอยู่ครั้งนึงตอนอยู่ม.3 ที่ตอนนั้นมีความมั่นใจด้านศิลปะขึ้นมาอีกนิดคือ ข้อสอบกลางภาคคือการให้ไปวาดรูปโดยใช้ตัวหนังสืออะไรก็ได้มาประกอบกัน โดยอาจารย์ยกตัวอย่างให้ดูโดยใช้ตัว X กับ O วาดรูปให้ดู เชื่อมั้ยว่าเพื่อนหนูทั้งห้องก็ใช้แต่ X กะ O ยกเว้นหนูกะเพื่อนอีกคนนึงที่หูดีว่าอาจารย์ให้ใช้ตัวอักษรมาทำให้เป็นภาพ ซึ่งเวลาที่ให้วาดก็ประมาณเดือนนึง หนูก็ตระเวณหารูปอยู่นานจนได้เจอโปสเตอร์มิคกี้เมาส์เล่นสเก็ตน้ำแข็งเต้นรำอยู่กับมินนี่เมาส์ที่บ้านเพื่อน ภาพไม่ได้ดึงดูดใจอะไรหรอก แต่ว่ามันง่ายน่าดูเลย หนูก็คว้ากระดาษลอกลายมาจัดการลอกแล้วก็เริ่มลงมือทันที แม่หนูก็มักจะช่วยหนูเสมอๆ อย่างการตระเวณหาภาพครั้งนี้ก็เหมือนกัน หนูได้มาหลายภาพเหมือนกันก่อนที่จะคิดว่าภาพนี้ใช่เลย

จินตนาการหนูบรรเจิดสุดๆ ใช้ปากกาสีนั่งเขียนทุกวันๆละนานๆ ภาพก็เต็มกระดาษวาดเขียนขนาดใหญ่พอดีเลย แถมอาจารย์ยังบอกว่าให้ลงสีพื้นหลังให้เต็มด้วย แน่นอนว่าด้วยตัวหนังสือนะคะ เพื่อนๆหนูเอาสมุดวาดเขียนมาที่โรงเรียนกันแทบทุกวันมานั่งลงตัวหนังสือกันอย่างเนืองแน่น มีแต่หนูเท่านั้นที่ไม่เอามา เพราะหนูรู้สึกว่างานศิลปะชิ้นนี้ชั้นต้องทำคนเดียวเพื่อจะได้มีสมาธิ แม้จะหวั่นใจทุกครั้งว่าคน 50 กว่าคนทำไมใช้ตัว x กับ o กันหมดเลยวะ ตัวหนังสือภาษาไทยกะอังกฤษรวมกันจริงๆได้ตั้ง 70 ตัวพอดีทำไมมันใช้กันแค่ 2 ตัววะ แม้หนูจะใช้แต่ตัวภาษาอังกฤษก็เถอะ ก่อนอื่นหนูใช้ตัว S เป็นเส้นตัด เพราะนอกจากหนูหัวไม่ศิลป์แล้วหนูยังลายมือทุเรศด้วยค่ะ 555 ตัว S ที่หนูเขียนเลยไม่คดมากขนาดที่พิมพ์นี่หรอกค่ะแล้วมันก็ถึงวันส่ง เพื่อนๆก็เอามาอวดกันใหญ่ค่ะ หนูเองก็ยังไม่มั่นใจหูตัวเองว่าตกลงตัวอักษรมันมีแค่ 2 ตัวเปล่าหว่า และทันทีที่หนูเปิดภาพเอาไปส่งอาจารย์ อาจารย์ก็ตะลึงรวมทั้งเพื่อนๆด้วย ประมาณว่าสวยมากๆเลยค่ะ ไม่ได้ยอตัวเองนะคะ แต่หนูอยากจะกระชากหัวอาจารย์ที่ก้มลงไปเกือบชิดภาพหนูเพื่อเพ่งว่าหนูใช้คำว่าอะไรลงเป็นพื้น เพราะหนูเขียนชื่อรุ่นพี่ที่หนูชอบลงไปอ่ะ แม้จะมีอยู่ไม่กี่แถวก็เหอะ แต่ก็เขินนะเฟ้ย สุดท้ายหนูกะเพื่อนอีกคนที่รู้ว่าตัวหนังสือไม่ได้มีแค่ 2 ตัวก็ได้ 30 เต็มกันอยู่ 2 คนส่วนคนอื่นแห้วกันไปเป็นแถบ ซึ่งหนูรู้สึกว่าชีวิตกะศิลปะของหนูในช่วงม.3 นี่เป็นช่วงขาขึ้นจริงๆ ส่วนรูปนี้ตอนนี้ก็คงอยู่ในกองขยะซะแล้วล่ะมั้ง เพราะหนูย้ายมาอยู่กับแม่แล้วก็ไม่ได้เอามาด้วย ยังโมโหอาจารย์ที่เขียนคะแนนทับภาพอยู่เลย เอาแค่นี้ก่อนเดี๋ยวมาต่อภาคต่อไปละกัน
พยายามหารูปให้ดูแต่ก็เยอะเกิ๊น ได้แต่รูปนี้ที่คาดว่าเป็นรูปในเซ็ตเดียวกัน

edit @ 2005/05/10 11:35:11