คุณลูก VS. คุณแม่ ภาค 1

posted on 06 Jul 2005 13:42 by uregus in Life

พักนี้งานค่อนข้างเยอะทีเดียว ทำพอสนุกไปได้วันๆ พอพักเที่ยงก็พยายามจะเล่น MSN แต่ก็ดันโดนบล๊อก บางทีเล่นได้แต่ก็หลุดบ่อยสุดๆ ดูซิเนี่ยเสียแฟนคลับไปตั้งเท่าไหร่แล้ว ว่าแล้วก็กลับมาอ่านบล๊อก โดยเลือกตระเวรตามบล๊อกใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยเข้าก่อน แล้วก็แวบกลับมาบล๊อกใครก็ไม่รู้อีก 2 คนที่รวมตัวกันตั้งสำนัก L อ่ะ แล้วก็เลยตัดสินใจเขียนบล๊อกเลยดีกว่าเรื่องของคุณแม่เนี่ยไม่เล่าไม่ได้เลย ก็บล๊อกนี้มัน All about my Life อ่ะ แล้วแม่หนูเค้าก็เป็นส่วนใหญ่ๆในชีวิตหนูซะด้วย ตอนนี้ชอบโฆษณา smooth E มากๆเลย แบบว่าต้องติดตามตอนต่อไปให้ได้น้องแกแค่ยืนก็ฮาแล้วอ่ะ


เอาเป็นว่าหนูจะไม่ขอกล่าวถึงชื่อคุณแม่หนูหรอกนะ เดี๋ยวโดนล้อหนูอายค่ะ ถ้าจะเล่าเรื่องแกก็จะมีเรื่องหนูอยู่ด้วย แม่หนูมีลูกคนเดียวค่ะ ส่วนสามีแกมีลูกหลายคน ลูกของแม่หนูเป็นผู้หญิงค่ะแต่แกชอบบ่นบ่อยๆว่าลูกแกประสาทอ่ะ ตอนนี้แกเป็นโสดสโมสรอยู่ตัวคนเดียวกิจกรรมยามว่างของสาวที่เกิดก่อนพ.ศ. 2500 จึงมีอยู่มากมายก่ายกอง ซึ่งแปรผัน(ไม่ใช่แปรผกผันนะ แปรผกผันนั่นลูกสาวแก) ตามอายุแกนั่นแหละ ตั้งแต่เด็กๆมาแกชอบตีชอบด่าลูกสาวแกมาก ซึ่งลูกสาวแกก็แสนดีค่ะ ไม่ตอบโต้ไม่พูดไม่ถามซักคำว่าทำไมถึงโดน กลับกันถ้าวันไหนไม่โดนแกด่าจะหมดแรงเอาซะดื้อๆ โดนมาจนกระทั่งเริ่มนึกได้ว่านี่ตูโดนเรื่องอะไรเนี่ย อย่างเช่นถ้าเข้าไปช่วยงาน แกก็จะด่าบอกเกะกะ ล้างจานก็จะด่าว่าล้างไม่สะอาด พออยู่เฉยๆก็หาว่าไม่ช่วย (อ้าวไรฟะ) มีอยู่ครั้งนึงที่รู้แน่ๆว่าแกพาลคือรถจักรยานจอดอยู่หน้าบ้านแล้วก็หายไป หนูที่นั่งอยู่ที่ชั้นลอยของบ้านกลับโดนด่า ทั้งที่แม่กะเตี่ยและพี่ชายก็นั่งกันอยู่ตรงหน้าบ้าน ตรงที่ๆจักรยานหายแต่หนูกลับโดนด่าหาว่าวันๆนั่งอยู่แต่บนบ้าน อ้าวพี่ชายหนูเห็นเค้ามาขี่ไปด้วยซ้ำไม่ไปด่ามาด่าหนู เหตุการณ์ดำเนินอยู่นานจนกระทั่งแกเลิกกะสามีและลูกสาวแกก็หนีไปอยู่กะแก แกจึงบอกว่าตอนที่ยังอยู่กับสามีน่ะบางครั้งลูกสาวแกแค่โดนลูกหลงเฉยๆ เพราะแกทะเลาะกับสามีแล้วโมโหแต่ทำอะไรไม่ได้ก็เลยมาลงที่ลูก แกบอกว่าแกก็รู้สึกผิดเหมือนกัน

เรื่องของเรื่องมาเริ่มจากนิสัยแกก็แล้วกันตลกดี แกเป็นคนที่ไม่ทำกับข้าว จะเน้นซื้อใส่ถุงมามากกว่าแต่ถ้าวันไหนแกทำเองล่ะก็ แกจะทำเยอะมากๆ เอาไปขายยันโต้รุ่งยังไม่หมดเลย ไม่ว่าจะมีคนอยู่ 2 คนหรือ 5 คนแกก็จะทำปริมาณเท่ากัน ทำเหมือนไม่รู้ว่า 2 คนกับ 5 คนน่ะกินไม่เท่ากัน เมื่อแกทำเสร็จพอมีเหยื่อมาตักกินแกก็จะเริ่มมานั่งบริเวณเดียวกับเหยื่อหรือไม่ก็ทำเป็นเดินวนไปวนมา พร้อมกับถามว่า "อร่อยมั้ย" ทั้งที่บางทีเหยื่อยังไม่ทันตักเข้าปากเลยด้วยซ้ำ ลูกสาวแกโดนบ่อย แกก็จะทำเป็นขำ แล้วรอให้กินคำแรกแล้วจึงถามบางทียังเคี้ยวไม่หมดเลย ถ้าแกถามแล้วตอบว่าไม่อร่อย แกจะทำหน้าเหมือนแกทำอะไรผิด ทำหน้าเศร้ามาก ถามซ้ำไปมาเหมือนแผ่นเสียงตกร่อง ว่าไม่อร่อยเหรอไหนเอามาชิมซิ ดีไม่ดีถ้าไม่รีบกลับคำล่ะก็ แกได้เททิ้งทั้งหม้อโชว์ให้ดูด้วย ถ้าได้รับการคอนเฟิร์มว่าอร่อย ขั้นตอนต่อไปของแกคือตักแจกชาวบ้าน (ขั้นตอนนี้แกเพิ่งเริ่มมาเป็นหลังจากเลิกจากสามี หันมากินเงินเดือนแม่บ้านจากลูกสาวแก) ทั้งๆที่แกชอบมาบ่นเรื่องพี่สะใภ้แกแก่แล้วแต่ชอบทำกับข้าวแถมยังเอาไปแจกชาวบ้านอีก (สงสัยพี่สะใภ้แกชอบไปแจกแข่งกะแกมั้ง แกเลยไม่พอใจ) แต่แกก็จะทำแจกแต่ที่สนิทๆกันเท่านั้น ทำให้ร้านข้าวแถวบ้านเกิดอาการเคืองเนื่องจากขาดรายได้ทันที อาหารที่แกทำแกก็จะทำเอาใจลูกสาวแกเต็มที่เพราะลูกสาวแกชอบเค็ม แกก็จะทำแบบเหมือนเปิดจุกน้ำปลาเทใส่ แถมมีมาถามซ้ำว่าเค็มมั้ยพร้อมกับขวดน้ำปลาในมือ ที่ไม่รู้จะเอามาเติมหรือจะเอามาฟาดถ้าบอกว่าไม่เค็ม ถ้ากินไม่หมดก็เป็นปัญหาอีก(บอกแล้วว่าแกชอบทำทีละเยอะๆ) แกก็จะบอกว่าไหนบอกว่าอร่อยไงทำไมกินไม่หมด อิ่มแล้วเหรอ ถ้ายืนยันว่าอิ่มก็จะบอกว่าอืมไม่เป็นไร กินไปก็ไม่มีประโยชน์เพราะอิ่มแล้วแต่ก็เสียดาย แถมทำหน้าเศร้าสุดๆ พร้อมกับถือจานวนไปวนมาไม่เอาไปเก็บซักที ถ้าเรายังทำเป็นเมิน แกก็จะบอกแล้วถามว่า ไอ้ที่เหลือนี่จะเอาไปทำอะไรดีจะให้หมาเหรอหรือจะเอายังไง พร้อมทำท่าเหมือนจะตบลูกด้วยจาน สุดท้ายก็ต้องบอกว่ากินอีกก็ได้ ลูกสาวแกตอนอยู่ม.ต้นสูงแค่ 150 กว่าๆ แต่หนัก 50 กว่าโล ดีนะที่ย้ายไปอยู่ในจังหวัดทันไม่งั้นป่านนี้ โดนปักธูปตอนตรุษจีนไปแล้ว

หมดเรื่องกับข้าวมาเรื่องแกกะลูกสาวแกบ้าง ลูกสาวแกที่สู้อุตส่าห์ส่งเรียนจนจบปริญญาตรีและมีงานมีการทำนั่นแหละ ตอนจบม.ต้นได้รางวัลนักเรียนเรียนดี ทางโรงเรียนก็ส่งจดหมายมาเชิญให้ไปรับรางวัล แต่ลูกสาวแกย้ายเข้าไปเรียนม.ปลายในตัวจังหวัด อารามดีใจแกรีบไปเช่าชุดผ้าไหมที่ร้านเสริมสวยทันที วางมัดจำไป 500 แล้วถึงเพิ่งจะโทรมาบอกลูกว่าจะไป ลูกสาวแกก็บอกไปว่ามีเรียนไม่ไปหรอก แกก็บอกแกจะไปรับแทน ลูกแกก็บอกว่าตั้งแต่อยู่มาไม่เคยเห็นเค้าเรียกผู้ปกครองขึ้นไปรับแทนเลย แม่ก็อยู่บ้านทำงานไปเหอะไม่ต้องไปหรอก แกก็พยายามเอา 500 นั้นมาขู่ลูกแก แต่ก็ไม่เป็นผลสุดท้ายแกก็ไปเอารางวัลเรียนดีโดยไม่ได้ใส่ชุดผ้าไหมของแกไป ดีที่ร้านที่แกไปจองนั้นสนิทกะแกเค้าจึงยอมคืนเงินให้ไม่งั้นป่านนี้ลูกสาวแกคงเจ็บตัวอีก

ในที่สุดเมื่อลูกแกเข้าเรียนมหาวิทยาลัย แกก็มีปัญหากับชื่อสถาบันที่ลูกเรียนอีก ถามแทบทุกวันแต่ชื่อมันก็ยาวจริงๆนั่นแหละก็น่าเห็นใจแกนะ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี อ่ะยาวมะ ชื่อเทคโนบางมดแกก็ไม่เรียกแกบอกว่าเค้าเข้าใจว่าลูกแกเรียนปวส. (ปัญหามันอยู่ที่แกไปอวดชาวบ้านไม่ได้) ด้วยความกตัญญูที่ลูกแกมีอยู่จึงบอกแกไปว่าอ๋อบอกเค้าไปเลยว่าเรียนอยู่สวนดุสิตรู้จักกันทั้งนั้นแหละ แกดีใจอยู่พักนึงจนนึกได้ว่าสวนดุสิตมันอยู่หน้าบ้านพี่สาวตอนแกไปกรุงเทพนี่หว่าไม่ใช่มหาลัยลูกแก กร๊ากโดนลูกหลอกอีกละ ป้าคนนี้นี่

ผลไม้ที่แกชอบกินก็มีลำไยและทุเรียนนี่แหละซึ่งเหมือนฟ้าส่งลูกสาวแกมาเกิดจริงๆเพราะลูกแกไม่ชอบเลย 2 อย่างนี้นับเป็นผลไม้ที่เกลียดเอามากๆ แกคงดีใจเพราะจะได้ไม่ต้องมีใครมาแย่งแกกิน แต่แกคิดผิดเพราะลูกสาวแกเกลียดกลิ่นไอ้สองอย่างนี่เอามากๆ พอลูกแกได้กลิ่นแล้วจะเวียนหัวไม่สบาย เวลาแกซื้อมาแกก็จะต้องเอาไปซ่อนก่อน จากนั้นก็เอาไปแอบนั่งกินอยู่หลังบ้านเวลาลูกแกเผลอ แต่ลูกแกก็จมูกดีเหลือเชื่อ ยังตามไปไล่แกให้ไปกินที่อื่นอีก(ช่างเป็นลูกที่ประเสริฐจริงๆ) แต่พักนี้แกก็สบายแล้วค่ะ แกซื้อทุเรียนมานั่งกินหน้าบ้านได้อย่างสบายใจเพราะลูกแกอยู่ปราจีนฯ มีอยู่วันนึงลูกแกกลับไปเซอร์ไพรส์แกที่บ้านตอนเกือบ 5 ทุ่ม(นั่งรถไฟไป) ลูกแกก็ตะโกน

ลูก : ป้าๆ

คุณแม่ : ใครน่ะ

ลูก : ป้าซื้อเป๊ปซี่หน่อยสิ

ซาวด์เอฟเฟค : กรอบแกรบ กรอบแกรบ กรอบแกรบ

คุณแม่: คุณลูกเหรอ

ลูก : (เงียบแอบฟังว่าซาวด์เอฟเฟคนั่นอะไร)

เวลาผ่านไปพอสมควร(แก่การเอาของไปซ่อน) แกจึงมาเปิดประตูให้แถมยังบอกอีกว่าแหมจะมาทำไมไม่บอก (บอกก็ไม่รู้สิว่าเจ๊แอบกินอะไร) ดูซิแม่จะได้ซื้ออะไรไว้ให้กิน แต่ลูกสาวแกหมดมู้ดแล้ว แกรีบเดินไปหลังบ้านไปหาอะไรมาให้ลูกกิน ส่วนลูกแกก็เดินไปชะโงกดูตรงหลังตูเย็น ตูว่าแล้วว่าได้กลิ่นลำไย มีทั้งเปลือก และทั้งยังไม่ได้แกะ เหอๆ เดี๋ยวโดนแน่ พอแกออกมาแกก็ตกใจมากถามบอกไปเอามาจากไหน อ้าวก็แม่เอาไว้ไหนล่ะคะทำยังกะอยู่ๆมันก็หายไปงั้นแหละ ลูกแกก็เริ่มต้นสวดแกทันที แม้แกจะอ้างว่านานๆกินทีก็เหอะ แต่แกไปตรวจสุขภาพมาหมอบอกแกว่าอายุมากแล้วเริ่มจะเป็นความดันให้งดพวกทุเรียนลำไย (ตอนแกมาบอกลูกแก แกทำหน้าเหมือนทั้งโลกนี้ไม่มีอะไรที่แกกินได้แล้ว) ซึ่งแกก็ยังแอบกินอย่างสม่ำเสมอ ยิ่งลูกแกไม่อยู่ยิ่งสบายใหญ่แถมบางทียังมีลืมตัวเผลอมาเล่า พอว่าก็บอกว่ากินไปซีกเดียว(ขออภัยถ้าเรียกไม่ถูก) กลุ้มใจจริงๆเลย เซ็งแทนหมอจริงๆ

จบภาค 1 ไว้เพียงเท่านี้ก่อน เรื่องเจ๊คนนี้มีเรื่องให้นินทาได้ทุกวันแหละ แต่ถึงยังไงไม่ว่าตอนไหนคนที่จะรักเราที่สุดก็คือพ่อแม่นี่แหละนะ จะทำอะไรก็คิดถึงท่านให้มากๆ สถานการณ์บางอย่างอาจจะทำให้เรารับรู้ถึงความรักของพ่อแม่ได้ แต่ถ้าไม่มีสถานการณ์นั้นก็ใช่ว่าพ่อแม่จะไม่รักเรานะจ้ะ

Comment

Comment:

Tweet

คับ

#7 By Polimer69 on 2006-03-04 07:45

#6 By (58.10.115.36) on 2005-08-26 16:29

บล๊อคหมดเลยค่ะคุณimome แย่จริงๆ เว็บเข้าไม่ได้ตั้งเยอะแน่ะ

#5 By uregus on 2005-08-19 13:57

ฮึฮึน่ารักดีครับ ชอบที่คุณมองเรื่องบางเรื่องในมุมมองที่สนุกสนานมากกว่าที่จะมานั่งเครียดหรือคิดมากนะ

แต่ว่าแม่ผมก็ชอบทุเรียนเหมือนกัน แถมยังลามไปยังพี่ๆและน้องๆ มีผมคนเดียวในบ้านนี่แหล่ะที่เกลียดมาก แถมแม่ชอบเอาไปแช่ตู้เย็น เปิดมาทีนี่เกือบเป็นลมอ่ะ มันอร่อยตรงไหนหว่า

ป.ล. เล่น msn ผ่านเนทก็ไดนิครับ รับรองไม่โดนบลอกแน่ๆ
http://webmessenger.msn.com ไม่ดีมากแต่พอถูไถได้นะ

#4 By imome on 2005-08-18 15:17

เง๊อออ เกลียดทุเรียนอย่างแรง
คนชอบดิแปลก เหม็นจาตายเล๊ยยยย
เฮียต้นเปงพวกกิงม่ายเลือกอะจิ กร๊ากกกก

***นี่ก็ตัวหนังสือติดกานเปงพรืดอ่า ลายตามักๆ

#3 By tombadly (61.91.92.152) on 2005-07-11 22:24

เหอะ ผมก็ชอบทุเรียนอ่ะครับ อยู่อุตรดิตถ์ ไม่กินไม่ได้ อ๊ะ ทุเรียน ลางสาด... ลำใยผมก็ชอบกิน เคยกิน ๆ ๆ ๆ ๆ จนลืมตาไม่ขึ้นเลย ขี้ตาเนี้ยเกาะ เต็มเลย... แต่ผลไม้ที่ผมชอบที่สุดก็ต้อง แตงโม...(จำไว้) ถึงจะมีตอนที่เรียน ปวส. ประมาณปี 2537 มั้งมีงานวิจัยว่า กินแตงโมแล้ว น้องชายหด อ่ะ ผมก็ไม่ย่อท้อ กินมันเข้าไป...อิอิอิ...

เอ๋ ตกลง part นี้เกี่ยวกับผลไม้เหรอ...เหอะๆ น่าอิจฉาเน๊าะ สนิทกับแม่ ผมเนี้ย ก็แบบว่า สนิทเหมือนกัน สนิทกะมือ กะไม้เรียวของแม่อ่ะ... เหอะ ๆ อัพต่อไวๆ นะ

ก่อนจะซื้อมือถือ...บอกกันก่อนนะ...อิอิอิ จะช่วยหาข้อมูลอ่ะ

#2 By Jack on 2005-07-10 23:50

เง้อ ป้า ผมชอบทุเรียนมากๆๆๆๆๆๆ เลยนะ งั้นป้ากะผมก็อยู่ด้วยกันไม่ได้อ่ะดิ่ ว้า ทำไมแอบดีใจนะ

ทุเรียนนี่ชอบนะ ชอบมาก แต่ถ้าชอบม้ากมากก็ส้มอ่ะ แหม นะ ขอบคุณพระพุทธเจ้าที่สร้างส้มมาให้คู่กับโลกนี้ ขอบคุณพระพุทธเจ้าที่ทำให้ผมชอบส้ม ถึงแม้ว่า ตอนนี้จะไม่มีส้ม แต่ส้มยังอยู่ในใจผมตลอดไป (อ้าว เวร ชักเพี้ยน) ส้มเขียวหวาน ส้มสีทอง ส้มเปลือกหนา ส้มเปลือกบาง ส้มทุกชนิดมีประโยชน์นะครับ ทานกันเข้าไปเยอะ ๆ ล่ะ โดยเฉพาะเจ้าของบล็อคนะ

ผมเพิ่งต่อ gprs ได้อ่ะ กะลังเห่อ แต่ยังดูทีวีในเอ็นเกจไม่ได้ เดี๋ยวรอคุณแจ๊คมาแล้วค่อยถามละกัน

แน่ะ ป้า ดูสิ เอ็นเกจมีประโยชน์มากแค่ไหน ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว เอ็นเกจกันเถอะนะป้านะ รอช้าอยู่ไยเล่า

#1 By -: ToncruB :- on 2005-07-09 18:02