คนเห็นผี ภาคนานๆที
posted on 30 Jun 2005 17:34 by uregus in Lifeคราวที่แล้วเล่าค้างไว้ถึงตอนย้ายหอมาอยู่ข้างโรงเรียนแล้ว ตอนมาอยู่หอที่ใหม่นี่บอกตรงๆว่าไม่มีอะไรจะเล่าเพราะไม่เคยเจอเลย (ไม่รู้ทำไม) ชีวิตสงบสุขนานทีเดียว จนมาเข้ามหา'ลัยในเมืองหลวงเป็นเวลา 1 ปีก็ยังไม่เจอ จนคิดว่าชีวิตจะได้สุขสันต์จนกระทั่งตอนอยู่ปี 2 เราก็ได้พบกันอีก
เนื่องจากหนูไม่สามารถทนกับกฏและเพื่อนๆของหอในมหา'ลัยได้ หนูจึงได้ย้ายหอ ย้ายไปเรื่อยๆจนกระทั่งครั้งที่ 3 ก็เจอดีเข้าจนได้ คืนนึงที่หนูนอนอ่านหนังสืออยู่ ประมาณตีหนึ่งครึ่งหนูก็นอนอ่านหนังสืออยู่ และคิดว่าสมควรจะนอนได้แล้ว ก็เลยไปปิดไฟที่อยู่ตรงปลายเท้า ทันทีที่ดับไฟ หนูก็มองไปตรงหน้าชั้นใส่เสื้อผ้าที่อยู่ตรงมุมห้อง ก็เห็นเงา(เห็นแต่เงาอีกละ)ของคน(ละมั้ง) นั่งอยู่ตรงหน้าชั้น ชั้นหนูสูงประมาณเมตรนิดๆ แต่คนที่นั่งนั้นสูงกว่าชั้นหนูอีก แต่หนูไม่คิดอะไร ก็คนมันไม่เจอมาตั้งนานแล้วนี่ หนูก็คิดตามประสาคนง่วงนอน (นอนใจ) ว่ามันคงจะเป็นแสงที่เวลาเราปิดไฟเราจะยังเห็นแสงค้างอยู่เป็นเงามืดๆ หลังจากล้มตัวลงนอนหนูก็ห่มผ้าหลับตา ก็คิดว่ามันยังไงกันนะ มันดูไม่เหมือนไฟแฮะ หนูก็เลยหันกลับไปมองที่ตู้! โอ ไม่มีอะไรแล้ว แหมเป็นแสงไฟเข้าตาจริงๆด้วยแฮะ หนูหันกลับมาเตรียมจะนอนต่อ สายตาก็เหลือบไปเห็นตรงปลายเท้าตัวเอง โอ้มายก๊อด ไม่น่าเลยตู เงานั่นอยู่ตรงปลายเท้า คราวนี้มาในท่ายืนค่ะ ต้องยืนตะแคงตัวซะด้วย ขนาดยืนตะแคงตัวแล้วยังเกือบถึงเพดานห้อง ถ้ายืดเต็มๆ สงสัยจะไปโผล่ที่ห้องข้างบนแน่ๆ หนูมองอย่างใจเต้นตึกตัก แล้วก็เลยนอนต่อ แต่เอาผ้าห่มคลุมหัว ใจก็คิดว่าคงเป็นแสงแหละน่า ไม่มีทางเราไม่เจอมา 3 ปีแล้วนะ ซักครู่นึงหนูก็เปิดผ้าห่มออกเพื่อจะดู โอ้มายก๊อด คราวนี้จ๊ะหน้ากันเต็มๆ กร๊ากไม่ใช่อันนี้โม้ย่ะ ยังยืนอยู่ที่เดิม ท่าเดิมค่ะ หนูเลยจ้องจนแน่ใจว่าไม่ใช่แสงค้างตาแน่นอน คราวนี้หนูก็เลยเอาผ้าปิดตาพร้อมกับคิดว่าจะออกจากห้องไปได้ยังไง เพราะเงานั่นอยู่หน้าประตู (ประตูอยู่ปลายเท้า) คราวนี้ตัดสินใจเปิดผ้าอีกครั้ง โอ้พระเจ้าช่วยหายไปแล้ว คราวนี้หนูไม่เสียเวลามองหาแล้วว่าอยู่ที่ไหน หนูคว้ากุญแจห้องแล้ววิ่งออกไปทันที
หนูอยู่คอนโดน่ะค่ะ เพื่อน(สมมตินามตามท้องเรื่องว่านิดหน่อย) อยู่คอนโดเดียวกันแต่อยู่ตึกข้างๆ หนูวิ่งลงลิฟท์ไปที่ตึกข้างๆ แต่เนื่องจากแต่ละตึกก็จะมีประตูที่ต้องใช้การ์ดเปิด หนูไม่มีการ์ดของตึกนี้ก็ต้องใช้โทรศัพท์ยามโทรไปเรียกเพื่อน แต่จะตี 2 แล้วนะ หนูไม่สนใจหรอก โทรทันที ไม่เกรงใจพี่สาวเพื่อนเลย (ตอนนั้นร้องไห้ด้วย) ก็สะอึกสะอื้นถามเพื่อนว่านอนยัง คืนนี้ขอนอนด้วยได้มั้ย เพื่อนก็คงเห็นหนูร้องไห้อ่ะ ก็เลยรับปากทันที (เป็นคนดีสุดๆ) เธอลงมารับหนูปากก็ถามว่าเป็นอะไรไปร้องไห้ทำไม หนูก็บอกไปว่าโดนปล้ำอ่ะ เพื่อนหนูตกใจมาก บอกจริงเหรอ ทำไมอ่ะ หนูก็เลยบอกว่าก็เห็นมีคนมาเคาะประตูเราก็เลยนึกว่านิดหน่อย พอแง้มประตูมันก็ดันเข้ามาเลย นิดหน่อยทำหน้าเชื่ออย่างรุนแรง (หนูก็เลว ขนาดโดนผีหลอกร้องไห้นะเนี่ย) น้ำตามักทำให้คนเชื่ออย่างสนิทใจ หนูเห็นท่าทางนิดหน่อยแล้วก็กลัวว่าหนูอาจได้ไปสถานีตำรวจแทนที่จะไปวัด หนูเลยต้องรีบเฉลยก่อน นิดหน่อยยิ่งกลัวหนักกว่าเดิมอีก อ่อจำได้แล้วหนูไม่ได้หยิบกุญแจออกมาจากห้องค่ะ หนูเล่าเรื่องให้ฟัง จากนั้นก็ตัดสินใจว่าจะนอนที่ห้องเพื่อน แต่หนูไม่ได้ล๊อกห้องและกุญแจก็อยู่ที่ห้องจึงต้องกลับไปเอาก่อน หนูต้องนอนห้องเพื่อนอยู่หลายคืน สุดท้ายก็เกรงใจ หนูเลยตัดสินใจว่าควรจะกลับไปนอนห้องตัวเองได้แล้ว
คืนแรกนิดหน่อยมานั่งอยู่ที่ห้อง บอกให้ไปนอนด้วยกันก็ได้ แต่หนูบอกว่าเราไม่ควรจะหนี นี่ห้องเรา เราก็ควรจะอยู่ที่นี่ และจะไม่ย้ายหนีไปไหนด้วย ช่วงนั้นหนูเริ่มซักผ้าตอนหลังตี 1 และไม่นอนจนกระทั่งไปเรียน ตอนเรียนก็จะหลับ อาจารย์ก็จะบ่นๆกัน หนูไม่ว่าอะไรแกหรอก เพื่อนหนูเริ่มรู้เรื่องเสนอให้แขวนพระ หนูก็แขวนมาเป็นสิบปีแล้ว เพื่อนอีกคนที่เป็นสาวประเภทสองบอกว่าจะไปปริ๊นซ์คาถาชินบัญชรให้เค้าว่าสวดแล้วจะไม่เจอผี หนูยินดีรับความช่วยเหลือนี้ทันที ช่วงนั้นพอเลิกเรียนหนูจะพุ่งกลับบ้านมานอนทันที และรีบตื่นก่อนมืด ขอขอบคุณคุณ Sony ที่ทำ PS ออกมาให้หนูเล่นจนผ่านค่ำคืนที่ทุกคนหลับหมดไปได้ ผ่านไปนานเพื่อนก็เอาคาถาชินบัญชรมาให้ หนูจึงได้กลับมานอนตามปรกติ ทุกวันพุธเค้าก็จะมีทำบุญตอนเช้าที่ม. หนูก็จะไปพร้อมทั้งถามวิธีอธิฐานที่ถูกต้องหลังทำบุญมาจากแม่ด้วย แม่บอกว่าเวลาทำบุญเสร็จแล้วต้องอธิฐานอุทิศส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวร แต่หนูทำแล้วก็จะพนมมือไหว้พระ ไม่ได้ขออะไรอย่างนี้เลย จนคืนนึงมาถึง หนูนอนห่มผ้าแล้วพลิกตัวกลับมามองหน้าห้องน้ำ หนูเห็นคนยืนหลบอยู่ตรงนั้น ตรงผนังห้องน้ำ มองมาทางหนูด้วยแล้วก็หายไป ขนาดเท่าตัวคนธรรมดาแฮะ ท่าทางจะเป็นผู้ชาย คืนนั้นหนูนอนหลับ จากนั้นก็ไม่เห็นอีกเลย หนูคิดว่าน่าจะเป็นเพราะหนูไปทำบุญและอุทิศส่วนกุศลไปให้เค้า เค้าจึงไม่มากวนหนูแล้ว และหนูก็ไม่เจออีกเป็นเวลาผ่านไปอีก 2 ปี
หนูได้งานที่โรงงานชื่อดังแห่งหนึ่งในต่างจังหวัด หนูได้อยู่บ้านพักกับเมดคนนึงที่เป็นเด็กจุฬา เธอเป็นโฮมซิกจึงกลับบ้านบ่อย หนูเลยต้องอยู่บ้านคนเดียวบ่อยๆ ตลอดเวลาที่อยู่บ้านนี้หนูรู้สึกกลัวมาก บอกไปก็แปลกๆ เพราะหนูไม่รู้ว่าหนูกลัวอะไร หนูแค่รู้สึกว่ามีอะไรไม่รู้อยู่ที่ห้องใต้บันได น่ากลัวมากๆ เป็นแค่ความรู้สึก เวลาข้ามบันไดที่เรารู้สึกว่าเหมือนเดินข้ามอะไรอยู่ก็ไม่รู้ และมีความรู้สึกกดดันกับห้องใต้บันไดมากๆ หนูต้องใช้ห้องน้ำข้างล่าง ต้องเดินผ่านห้องนี้ตลอด ตอนกลางวันหนูจะต้องไปปิดประตูห้องนี้ให้สนิท เพราะไม่กล้าเข้าใกล้ตอนกลางคืน ทั้งๆที่ห้องนี้มีเพียงโครงไม้วางอยู่เท่านั้นไม่น่าจะมีอะไร เมดหนูอยู่ได้เดือนนึงก็ลาออก มีคนใหม่เข้ามาแทน หนูจึงย้ายห้องน้ำทันทีมาใช้ชั้นบน อย่าว่าหนูเลวเลย หนูคิดว่าเมดหนูไม่น่าจะมีเซนส์ทางนี้ และก็คงไม่เป็นไร ในที่สุดนิดหน่อยก็ได้งานที่นี่และมาอยู่กับหนู หนูอยู่ห้องเล็ก 2 คนมันก็อึดอัด เลยตัดสินใจย้ายบ้านไปอยู่ห้องใหญ่กับเมดแก่ๆ แม่หนูแกก็นิยมเทคโนโลยีทำนายอนาคตอยู่ไม่น้อย เลยพาหนูไปดูหมอ หมอดูจับมือหนูและบอกว่าเพิ่งย้ายบ้านใช่มั้ย หนูก็บอกใช่ค่ะ เค้าบอกว่าดีแล้ว ใต้บันใดมีอะไรอยู่ก็ไม่รู้ โหเป็นหมอดูจับมือที่แม่นมาก หนูบอกกับแม่ว่าจริงเพราะหนูก็รู้สึกเหมือนกัน
เรื่องราวมันก็เป็นแบบนี้แหละค่ะ ครั้งล่าสุดนี่เป็นความรู้สึกที่ไม่ดีเอามากๆ ไม่ว่าหนูจะเจอมากี่ครั้งก็ไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อน หนูย้ายมาอยู่บ้านหลังอื่นก็ไม่เคยรู้สึกอย่างนี้เลย หนูเล่าให้รุ่นพี่ฟัง รุ่นพี่บอกว่าอยากเชิญหนูไปเดินในวนในบ้านให้หน่อยว่ามีรึเปล่า หนูก็ปฏิเสธไปเพราะไม่ได้เงิน กร๊าก เรื่องอะไรบ้านใครบ้านมันสิฟะ จนถึงวันนี้หนูก็ยังไม่เคยเห็นอะไรอีกเลย แต่ดูจากช่วงห่างแล้วก็จะทุก 2 ปี นี่ก็ใกล้จะครบแล้ว หวังว่าคงไม่มีอะไรจะเล่าเพิ่มหรอกนะ ขอบคุณที่ฟังหนูเล่าจนจบ หนูขอบอกว่าหนูแค่บังเอิญเห็นและบังเอิญรู้สึกเท่านั้น ใช่ว่าที่ไหนที่มีวิญญาณหนูจะต้องมองเห็นตลอด ตอนนั้นหนูไปรับน้องที่ทะเลก็นอนที่ resort เพื่อนที่นอนบ้านอีกหลังนึงโดนผีผู้หญิงแก่หลอกจนต้องย้ายบ้านตอนเช้า เพื่อนๆหนูบอกว่าจะไปนอนกัน(กลัวแต่ก็อยากเจอ)หนูบอกว่าเต็มที่เลยเพื่อน หนูขอนอนที่บ้านนี้แหละ อยู่ดีไม่ว่าดีและอีกอย่าง 4 ปีมานี้หนูสวดคาถาชินบัญชรตลอดคาดว่าคงไม่เจอหรอก คนไม่เคยเจอก็อยากเจอเนอะทั้งที่กลัว
เอาล่ะ จบซักที ใครที่อ่านของคนอื่นไม่อัพบล๊อกตัวเองก็ระวังนะยะ จู๊บส์สสสสสสสส ขอบคุณที่อ่านค่ะ
แบบว่า สีมันดีไง มันเลยไม่เป็นอะไรเลย เออ เคยทำหล่นด้วยแหละ หล่นจากที่สูงประมาณเมตรนึง แต่แบบว่าเอาสันลงอ่ะ หัวใจแทบจะวาย แต่ก้ไม่เป็นไร ไม่บ้า ไม่บวม ปกติดีนะ (ความอึดของโนเกีย)
#1 By P.S. on 2005-07-01 18:09