ที่ตั้งชื่ออย่างนี้เพราะช่วงที่จะเล่านี้เป็นยุครุ่งเรืองสุดๆของหนูเลย เห็นอยู่ได้เห็นพร่ำเพรื่อ เห็นจนหายกลัว เรื่องผีๆนี่ไม่ว่าชาติไหนๆก็มีเหมือนกันหมด แต่ก็แปลกที่มันก็ยากที่จะยืนยันว่าตกลงแล้วผีเนี่ยมีจริงรึเปล่า ทุกวันนี้เวลามานั่งนึกถึงเรื่องพวกนี้ก็ยังคิดว่าตกลงมันเป็นเรื่องจริงรึเปล่า แต่จะไม่เชื่อก็ไม่ได้เพราะเราก็ไม่ได้เจอคนเดียวเตี่ยเราก็เจอ พี่ชายก็เจอ พี่ชายนี่ปอดแหกจัดเลยเดี๋ยวจะเล่าให้ฟัง


พูดถึงบ้านที่ทางสามแพร่งนั่นก่อนละกันนะ เตี่ยกะแม่หนูเค้าก็จะมีทะเลาะกันบ้าง บางทีแม่หนูก็จะพาหนูหนีไปอยู่ที่อื่นพักนึงรอเตี่ยมาง้อค่อยกลับบ้าน(ที่สถิตแกอยู่ตามบ้านเพื่อน) แล้วบ้านนี้ก็จะไม่มีใครอยู่ เตี่ยก็หนีไปนอนบ้านอื่น(แกก็กลัวเหมือนกัน) แล้วก็ให้พี่ชายมานอน ซึ่งหนูก็ไม่อยู่อ่ะนะ เตี่ยเล่าให้ฟังว่าเช้ามาพี่ชายก็จะบ่นว่านอนไม่ค่อยหลับ เหมือนเห็นเงาคนเดินไปเดินมาเฮียหนูนอนได้ราวๆอาทิตย์นึงเตี่ยบอกว่าเฮียแกมาเคาะประตูเรียกตอนเกือบตี 3 บอกไม่นอนที่นั่นแล้วแล้วก็ไม่ยอมไปนอนอีกเลย สุดท้ายเตี่ยก็เลยต้องไปนอนเฝ้าเองจนสุดท้ายแม่กับหนูก็กลับมาบ้านและเราก็ย้ายบ้านกัน

หนูก็ไม่รู้ว่าพี่ชายเจออะไรเพราะแกเองก็ไม่ได้เล่าให้ฟัง ส่วนหนูก็ขี้เกียจถามเพราะคิดว่าคงไม่ต่างกันมาก แต่ก็อดแปลกใจไม่ได้ว่าทำไมแกถึงต้องรีบร้อนออกไปบ้านเตี่ยด้วย

พูดถึงเหตุการณ์ตอนย้ายบ้านใหม่ดีกว่า แม่หนูซึ่งรู้ว่าหนูเห็นอะไรที่นั่นก็ไม่ค่อยแปลกใจเท่าไหร่เพราะฝั่งตรงข้ามเป็นโรงพยาบาลฉะนั้นจะเห็นอะไรก็ไม่แปลก บ้านหลังนี้เตี่ยกับแม่ชอบใจมากเพราะเนื่องจากโรง'บาลเปิดตลอด 24 ชั่วโมง แกจึงไม่ค่อยห่วงเรื่องขโมย ส่วนหนูเองแม่ก็พาไปทำบุญแล้วก็ไม่ได้เจออะไรนอกจากรู้สึกเหมือนมีคนเดินตามกับเวลาอาบน้ำเหมือนมีคนใส่รองเท้าแตะเดินลากอยู่หน้าห้องน้ำ ซึ่งไม่มีอะไรน่ากลัว(จริงๆนะ) จนกระทั่งวันนึงหนูสอบเรียนต่อได้ที่โรงเรียนในตัวจังหวัดและต้องไปอยู่หอซึ่งเป็นอะไรที่เหมาะกับชื่อเรื่องที่ตั้งมากๆ เพราะเค้าบอกว่าที่ตั้งของหอนี้เป็นสุสานเก่า และไม่ได้มีหนูคนเดียวที่เจอซึ่งหนูจะแยกย่อยเป็นเรื่องๆไปนะคะ ทั้งที่หนูเจอเองและที่คนอื่นในหอนี้เจอ

1.วันนั้นเป็นวันซ้อมกีฬาของโรงเรียนสตรี(ขวัญใจใครอยู่โรงเรียนนี้ก็ไม่รู้เนอะคุณต้นส้ม กร๊าก)ซึ่งเด็กก็กลับกันมาเย็นมาก หนูอยู่อีกโรงเรียนนึงเลยกลับมาก่อนตรงประตูห้องหนูก็จะตั้งฉากกับประตูห้องน้ำพอดีเลย ตอนนั้นยังไม่ได้เปิดไฟ ระหว่างที่หนูกำลังเอื้อมมือไปจับลูกบิดประตู หนูก็เห็น! เห็นเงาคนกำลังก้มตักน้ำในถัง(เงาอีกแล้ว) โดยปรกติแล้วห้องน้ำนี้ไม่ค่อยมีคนใช้เพราะน้ำมันไม่ค่อยจะไหล หนูก็นึกสงสัยว่าใครนะกลับมาก่อนเราอีก กำลังจะอ้าปากทักก็เห็นเค้ากำลังยืดตัวขึ้นมาพอดี ก็เลยยืนมองเสร็จแล้วเค้าก็ค่อยๆยืดตัวขึ้นเรื่อยๆจนกระทั่งหนูเห็นว่าเค้ามีแค่ช่วงอกขึ้นไปเท่านั้นที่ลอยอยู่กลางอากาศหนูยืนตัวแข็งจับลูกบิดค้าง มองเงานั้นเพราะผนังห้องน้ำเป็นกระเบื้องซึ่งสะท้อนแสงที่ลอดมาจากประตูห้องหนู ตรงช่วงตัวเค้านั้นแทนที่จะเห็นตัวเค้า หนูกลับเห็นแผ่นกระเบื้องที่สะท้อนแสงนั่น หนูยืนน้ำตาไหลเพราะอยู่ใกล้กันมาก แล้วตอนนั้นเองลูกบิดที่หนูจับอยู่ก็ถูกเปิดออก หนูตกใจมากพอหันไปก็เห็นเมดหนูยืนอยู่ เค้าก็ตกใจที่เห็นหนูร้องไห้ พอหันกลับไปมองให้ห้องน้ำก็ไม่เห็นอะไรแล้ว

2.หนูได้รับงานศิลปะภาพจุดโดยให้ทำเป็นรูปในหลวง หนูก็จุดใกล้จะเสร็จแล้วแต่ทำคนเดียวก็เสียเวลาเกินไปเลยเรียกรุ่นน้องมาช่วยทำด้วยกันในห้องเรียนพิเศษ(เจ้าของหอเป็นอาจารย์แล้วรับสอนพิเศษด้วย) ตีหนึ่งกว่าน้องก็ขอไปนอนส่วนหนูก็นั่งทำงานต่อไปเรื่อยจนกระทั่งได้ยินเสียงเด็ก(คิดว่าทารก)ร้องขึ้นมาไกลๆ หนูก็ดูนาฬิกาเห็นว่าจะตี2 แล้วเด็กที่ไหนร้องวะ เสียงร้องของเด็กเดี๋ยวร้องเดี๋ยวหยุดอยู่อย่างนั้น หนูก็นั่งจุดภาพต่อไปเรื่อยๆ เสียงร้องก็ค่อยๆใกล้เข้ามาทางหอหนูเรื่อยๆ โดยหนูคิดเอาเองว่าเค้าคงอุ้มเด็กออกมาเดินเล่นเพื่อปลอบไม่ให้เด็กร้องไห้ซึ่งเสียงมาจากทางด้านหลังหอหนู ระหว่างที่หนูคิดว่าเสียงใกล้เข้ามาจนน่าจะมองเห็นได้หนูก็คิดว่าแหย่เด็กแก้ง่วงให้ตาแจ้งดีกว่าตู ช่วยแม่เค้าด้วยเด็กจะได้หยุดร้อง หนูเลยปีนเก้าอี้ขึ้นไปตรงช่องลม(เป็นมุ้งลวดและบานเกร็ด) ซึ่งกะว่าน่าจะเห็นถนนและมีคนเดินอุ้มเด็กมา หึหึ มีที่ไหนล่ะ หนูไม่รู้หรอกว่ามีคนอุ้มเด็กรึเปล่าแต่ไอ้ที่มีแน่ๆคือกำแพงอิฐบล๊อกซึ่งอยู่ติดกับผนังห้องที่หนูกำลังปีนอยู่ซึ่งกำแพงนี้ก็คั่นโรงเก็บอะไหล่รถซึ่งทำให้ไม่มีทางเดินตอนนั้นหนูก็ยืนนึกว่าคนอุ้มเด็กจะเดินมาทางไหนกันนะ ก็หันมองไปทางต้นเสียงก็เห็นแต่กำแพงถ้าจะมีใครเดินก็ต้องเดินบนกำแพงเท่านั้น เสียงเด็กร้องก็อยู่ใกล้มากคาดว่าจะเป็นทารกก็ต้องเดินไม่ได้สิ จริงๆแล้วถ้ามีคนเดินมาก็ควรจะเห็นได้แล้ว จนกระทั่งนึกได้ว่าเอาแล้วไงเจอจนได้ หนูโดดท่าข้ามโต๊ะเรียนพิเศษวิ่งหนีสุดชีวิต แล้วก็กลับขึ้นไปนอน นอนก็เอาผ้าห่มคลุมหัวแล้วก็นอนไม่ค่อยจะหลับ เพราะห้องหนูอยู่ขั้น 3 แต่อยู่ผนังด้านเดียวกันก็กลัวว่าจะลอยขึ้นมาร้องตรงหน้าต่างห้อง

วันต่อมาพอกลับจากโรงเรียนมาก็หลับ น้องคนที่เมื่อคืนมาช่วยจุดภาพก็เอาของที่ทิ้งไว้เมื่อคืนมาให้ เลยเล่าให้น้องเค้าฟัง น้องบอกว่าน่าสนใจมากอยากเจอเราอยู่ด้วยกันมั้ย แต่หนูก็บอกว่าไม่เอาละจะย้ายห้องมันก็ไม่ยอม หนูก็เอาวะอยู่กันตั้ง 2 คนกลัวอะไรนั่งกันจนตี 2 กว่าก็ยังไม่ได้ยินอะไรน้องก็เลยกลับไปนอนหนูก็นั่งจุดซักพักก็เริ่มได้ยินเสียงมาไกลๆอีกละ โอ้มายก๊อดไม่น่านอนตอนเย็นเลย ดูดิ๊ไม่ง่วงเลย แต่ก็คิดว่าเอาไงก็เอาวะ หนูตัดสินใจเก็บของให้เรียบร้อย เตรียมเผ่นตัวหนูเองก็นั่งอยู่มุมห้องซึ่งโต๊ะวางขนานกับผนังไม่มีทางออกนอกจากเดินไปออกทางด้านอีกมุมนึง ซึ่งเป็นทางเข้า หนูนั่งนิ่งกะว่าเอาไงเอากันวะ เสียงค่อยๆใกล้เข้ามาแล้วสุดท้ายเสียงก็ดังค่ะ ดังไม่ดังเปล่ามันดังจากในห้องนี่ซะด้วยดิ หนูว่าดังจากแถวเดียวกับหนูแต่อยู่ตรงกลางแถวหนูรีบหันไปมองทันทีแต่ก็ได้ยินแต่เสียงไม่เห็นอะไรเลย โอ๊ยตายแน่เข้ามาได้ยังไงวะ หนูไม่กล้าวิ่งออกไป(บอกตรงๆกลัวผีเข้า)เพราะเสียงมันอยู่ตรงทางที่ต้องผ่าน หนูตัดสินใจลอดใต้โต๊ะเรียนพิเศษ มีหลายแถวด้วย ระหว่างลอดหัวก็กระแทกโต๊ะ แถมโต๊ะยังอุตส่าห์มีที่วางเท้าอีก โห เมิงจะบ้าเหรอ คนยิ่งกลัวผีอยู่ หลบที่วางเท้าหัวก็กระแทกโต๊ะ วู้ พอพ้นจากโต๊ะได้หนูก็เผ่นแน่บทันที รุ่งเช้าน้องก็มาหาชวนว่าคืนนี้ไปอีก โหไอ้บ้าเมิงไปคนเดียวเหอะ เมื่อคืนหมาที่ไหนวะไปนอนก่อน ปล่อยตูเล่นกีฬาสีอยู่คนเดียว ดูดิ๊หัวตูโนอยู่เนี่ยไม่ได้แหกตาดูเลย

ที่หนูเจอที่นี่ก็ที่จำได้ก็มีแค่นี้มั้งนะเอาเรื่องคนอื่นบ้าง

1.รุ่นพี่เมดหนูบอกว่ามีเด็กมาวิ่งเล่นในห้องเสียงดังมากตอนที่เธอนอนในห้องคนเดียวแถมเหยียบเท้าเธอด้วย เธอคาดว่าน่าจะเป็นพวกกุมาร

2.หนูไปต่อคิวห้องน้ำที่ดาดฟ้าในตอนกลางคืนก็ได้ยินเสียงน้องเรียกคนให้ไปช่วย พอหนูวิ่งไปถึงก็เจอน้องอีกคนเป็นลมอยู่ที่ลานตากผ้าที่ดาดฟ้า หลังจากเธอฟื้นเธอบอกว่าเธอกำลังตากถุงเท้าอยู่พอมองไปตึกข้างๆที่มีจานดาวเทียมอยู่เธอก็เห็นคนยืนอยู่บนจานดาวเทียมและหันกลับมามองเธอด้วยดวงตาที่เป็นเหมือนไฟสีแดง เธอเลยคิดว่าเป็นลมคงจะดีกว่า

3.ห้องที่หนูมุดโต๊ะเล่นคืนนั้นมีคนเยอะมากบอกว่าเคยเห็นไฟสีแดงลอยไปมาอยู่ในนั้น หนูคิดตลอดว่าโม้จนกระทั่งได้มุดโต๊ะหัวโนคืนนั้น

หอนี้หนูอยู่ได้ 2 ปีก็ย้ายไปอยู่ใกล้โรงเรียนตัวเองอืมๆเกือบลืมที่โรงเรียนสตรีมีอยู่ห้องเรียนนึงที่สามารถมองเห็นได้จากหอหนู น้องบอกว่าห้องนี้เคยมีคนตายเฮี๊ยนมากๆ เวลาภารโรงดับไฟเค้าก็จะใช้วิธีสับคัตเอาท์ลง ซึ่งก็จะทำให้ไฟทั้งตึกดับหมด แต่บางทีห้องนี้เวลามองจากหอหนูไฟก็จะติดอยู่ด้วย รุ่นน้องบอกมีคนเคยเห็นว่ามีคนอยู่ในห้องนี้ด้วย(สายตาดีโคตรๆ)

ระหว่างที่หนูต้องผจญกับหอนี้ระหว่างที่กลับไปบ้านในสุดสัปดาห์ก็ยังต้องเจออีก คืนนั้นหนูท้องเสียเลยลงมาเข้าห้องน้ำ ซึ่งตอนแรกหนูไว้ผมยาวแต่โรงเรียนออกกฎสั่งให้ตัด หนูซึ่งเพิ่งไปตัดมาก็ยังไม่ชิน พอเข้าห้องน้ำเสร็จหนูก็เดินมาตรงบันไดซึ่งมีกระจกอยู่ด้านข้างหนูก็หันไปส่องกระจก หนูที่งัวเงียอยู่ก็จัดทรงผมค่ะ(จะไปนอนยังจะห่วงสวย) โดยผมหนูตัดเลยติ่งหูมาประมาณ 1 นิ้วจากปรกติอยู่ที่กลางหลัง หนูก็ยืนลูบผมและก็ใช้นิ้วสางตลอดความยาวเส้นซึ่งตาก็มองกระจกอยู่ตลอดแต่มันก็มืดเพราะไม่ได้เปิดไฟ มีแสงไฟจากไฟหน้าบ้านส่องเข้ามาก็พอมองเห็นน่ะค่ะ จนสางผมครั้งต่อมาถึงได้สังเกตว่ามือหนูหลุดมาจากผมแล้วแต่เงาในกระจกยังไม่หลุดค่ะผมหนูอยู่แค่ติ่งหู แต่เงาในกระจกผมยาวถึงหน้าอกค่ะ แถมชุดที่ใส่ก็...(จำไม่ได้ว่าหนูใส่ชุดมีลายแล้วเงาในกระจกไม่มีลายหรือหนูใส่ชุดขาวแล้วเงาในกระจกมีลายกันแน่) ที่แน่ๆคือชุดไม่เหมือนกัน หนูเผ่นแน่บอีกตามเคยไม่กล้าหันหลังเพราะกลัวจะวิ่งตามกันมาค่ะ เดี๋ยวถ้าหนูวิ่งช้ากว่าเธอคนนั้นแล้วหนูจะมีปัญหา สุดท้ายหนูก็เล่าให้แม่ฟัง แม่ก็บอกว่าไม่รู้จะทำไงแล้วเพราะพระก็ใส่ทำบุญก็ทำแล้วลูกรักยังอุตส่าห์เจออีกก็ตัวใครตัวมันละกัน ใช่สิแม่อ่ะ อยู่บ้านไหนก็ไม่เคยเจอเค้าเจอกันทั้งบ้านเชอะ

เอาล่ะเรื่องมันชักจะยาวเกินไปแล้ว ตอนหน้าก็จะจบแล้วล่ะค่ะเพราะ...เหอๆ ไว้อ่านชื่อตอนหน้าเอาเองละกันนะแล้วจะรู้ว่าทำไมถึงจบ จุ๊บๆทุกท่านที่เข้ามาอ่านนะจ๊ะ

Comment

Comment:

Tweet

#8 By (222.123.31.158) on 2007-11-12 19:34

กดกดเอแ

#7 By (203.151.141.193 /203.150.98.243) on 2006-04-19 13:21

เหอๆถ้าตื่นมาเจ๊อะ silent hill จริงๆนี่หนูคงเดินตกท่อตายก่อนเจอ Monster แน่ๆเลยอ่ะค่ะ มันมืด

#6 By uregus on 2005-07-06 12:30

ยุคเรเนซองค์นี่สยองอย่างรุนแรง ถ้าพี่มาอยู่หอพักหญิงที่ม.เชียงใหม่ละก็ ได้มีเรื่องมาเล่าเพิ่มอีกแหงเลย แต่ละหอเฮี้ยนๆทั้งนั้นง่า

อ่านๆมากลัวเรื่องมีเงาคนอยู่ในห้องที่สุดเลย สยองมาก

สัมผัสพลังลึกลับได้บ่อยแบบนี้ สักวันระวังตื่นมาอยู่ในโลก silent hill นะครับ อิอิอิ

#5 By imome on 2005-07-06 11:59

เฮือก

#4 By blackholesun on 2005-06-29 11:24

แหมๆ กำลังอ่าน แล้วกลัวๆ จนหมดแรง เล่นมาจุ๊บ ไม่ทันตั้งตัวอย่างงี้ ก็ทำคนไม่มีทางสู้อ่ะดีป้า... เหอะ ๆ ๆ

#3 By Jack on 2005-06-27 23:53

อ๊ายยยยย วันนี้เข้ามากรี๊ดโรงเรียนสตรีโดยเฉพาะ (นาน ๆ ป้าจะเล่าเรื่องถูกใจ)

ทำไมวีรกรรมป้าแยะอย่างนั้นอ่ะ โห่ เจอผีอย่างนี้ไม่แต่งด้วยละ เดี๋ยวไปยกเลิกการ์ดเชิญ กะโต๊ะจีนก่อน อยู่ไปคนเดียวเถอะย่ะ ชั้นไม่อยากโดนผีหลอก

ตอนต่อไปขอโรงเรียนสตรีประจำจังหวัดอีกเยอะ ๆ นะป้า กร๊ากกก

ปล1. วันนี้เน็ตช้ามาก เลยยังไม่ได้ส่งคลิปให้ วันอังคารละกันนะ
ปล2. เออน่ะ ไม่เจอผีสวย ๆ มั่งรึไงอ่ะ
ปล3. เสียวสันหลัง อย่าเล่าให้เห็นภาพดิ่

#2 By -: ToncruB :- on 2005-06-27 22:36

เหวย ไอ้เงาเนี่ยเคยเห็นเหมือนกันแฮะ (ยังไม่น่ากลัวเท่าไหร่) แต่ในกระจกเนี่ยยังไม่เคยเจอ ท่าจะสยองไม่ใช่น้อย

#1 By P.S. on 2005-06-27 20:06