คนเห็นผี ภาคหัดเห็น

posted on 25 Jun 2005 17:24 by uregus in Life

ถ้าจะให้เขียนเหมือนตามรายการทีวีที่ชอบเอามาออกล่ะก็ ต้องบอกว่าเรื่องนี้เป็นความเชื่อส่วนตัวนะคะ โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านด้วย พอดีเมื่อคืนเล่นเกมได้เกือบจบแล้ว(Suikoden 3) แล้วมานึกว่าจะเล่นเกมไหนต่อดีน้า ก็มานึกได้ว่าตอนกลับไปอ่านบล๊อค demento คุยเรื่อง silent hill 4 ไว้ พระเอกเท่ดีหล่อจัด เกมไหนพระเอกนางเอกหน้าตาดีก็เล่นได้นานหน่อย อ้าวเล่าไปเล่ามาวกเข้าเรื่องเกมอีกละ คือจะบอกว่าเห็นเกมแล้วนึกถึงเรื่องผีๆที่ตัวเองเคยประสบมาเลยคิดว่าเอามาโม้ดีกว่า เพราะนับวันยิ่งจะนึกไม่ออกว่าจะเขียนอะไร


ต้องเท้าความตั้งแต่สมัยเด็กๆ เด็กทุกคนก็คงจะกลัวผีเหมือนๆกันหมดแหละ หนูก็กลัวทั้งๆที่ไม่เคยเห็นซะหน่อย แต่ก็ต้องกลัวอินเทรนไว้ก่อน เดี๋ยวจะตกยุค และก็ไม่เคยเห็นผีเลยจนกระทั่ง...ย้ายบ้าน!

ทำไมกะอีแค่ย้ายบ้านทำให้เด็กคนนึงที่ได้แต่กลัวผีสามารถเห็นสิ่งที่ตัวเองกลัวได้

บ้านหลังนี้อยู่บริเวณที่เรียกว่าทาง 3 แพร่ง แม้จะไม่เคยมีสิบล้อแหกโค้งพรุ่งเข้าชนบ้านหนู แต่รถเก๋งหมุนกลางอากาศ 2 รอบครึ่งและไปเกยศูนย์มอเตอร์ไซต์ฝั่งตรงข้าม ยิ่งกว่าฮอลลีวูดมาเอง หนูก็เคยนั่งดูติดจอมาแล้วและหวังว่าเราจะรีบย้ายบ้านก่อนคนขับมันจะนึกว่าหนูน้อยใจแล้วขับมาเกยบ้านหนูอีกคน

เวลานอนในห้องหนูก็จะเปิดประตูไม้ทิ้งไว้และปิดประตูมุ้งลวดซึ่งจะอยู่เยื้องกับบันไดซึ่งหนูสามารถมองเห็นได้ชัด เสาต้นนึงในห้องนอนหนูและอยู่ตรงบันได้พอดีก็เป็นเสาตกน้ำมัน เวลาเตี่ย,หนู,และแม่นอนอยู่ก็จะปิดไฟดูทีวีกันอย่างมีความสุข ระหว่างวันนึงที่ดูอยู่หนูก็เห็นค่ะ เห็นเงาคนเดินขึ้นบันไดมาจนเกือบสุดและหยุดเหมือนเห็นพวกหนูอยู่ในห้องแล้วก็เดินกลับลงไป ตอนนั้นหนูอยู่ป.2ได้ ถ้าใครเคยอ่านเรื่องสาว สาว สาวมาแล้วน่าจะเดาได้ไม่ยากว่าหนูจะทำยังไง ขโมยสิคะอีหรอบนี้แล้วแหมคนดูทีวีอยู่บนบ้านเสียงดังปานนี้ยังกล้าเดินขึ้นมาอีก เดี๋ยวงามแน่หนูรีบวิ่งตามลงไปข้างล่างทันที หน้าบ้านไม่มีคน หลังบ้านแน่นอน หนูไปดูห้องน้ำห้องส้วมแต่ก็ไม่เจอใครเลยนอกจากบรรดาน้องๆสี่ขาของหนูซึ่งดีใจเหมือนเจอเนื้อติดกระดูกที่เห็นหนูลงมา แต่หนูไม่ดีใจหรอกก็ขโมยหายไปอ่ะ หนูเดินไปบอกแม่กะเตี่ยซึ่งนอนงงว่าหนูรีบไปไหนเตี่ยจึงลงมาหาเอง พร้อมบอกว่าหนูตาฝาด เออเนอะอาจจะจริงก็ได้

เตี่ยหนูมีความสุขอยู่ได้ไม่นานก็เป็นอันนอนค้างไม่ได้ต้องเผ่นไปนอนอีกบ้านนึงอยู่หลายปี (พี่ชายพี่สาวหนูนอนบ้านนั้นกัน) ตอนนั้นหนูกะแม่ไม่รู้หรอกว่าทำไม เพิ่งมารู้ตอนย้ายออกจากบ้านหลังนี้ว่าเตี่ยก็เห็นเหมือนกัน เชอะแล้วมาว่าตูตาฝาด หลังจากนั้นก็จะมาในแนวแปลกขึ้นเรื่อยๆ เช่นหนูอยู่คนเดียวแล้วร้องไห้ว่าแม่ไปไหนก็มีเสียงคนลอยมาว่าแม่ไปตลาด เท่านั้นแหละหนูหยุดกึกเลย หันไปมองรอบๆ มองนกเอี้ยงมันก็พูดไม่ได้ขนาดนี้นะ แค่เรียกชื่อหนูกะชื่อหมาได้แค่นั้นเอง เรียกแม่ยังไม่ได้เลย ฉะนั้นไม่ใช่นกแน่นอน จากกลัวที่ว่าแม่หายไปไหน เลยกลายเป็นกลัวอย่างอื่นแทน จนกระทั่งแม่กลับมาก็เล่าให้ฟังแต่แม่ก็ยังไม่สนใจ

แม่หนูเป็นคนเดียวที่ไม่เคยประสบพบเจอเหตุการณ์พวกนี้เลย เวลาหนูอยู่คนเดียวหรือเตี่ยอยู่คนเดียวมักจะได้ยินเสียงเหมือนตู้ล้มหรือทีวีในห้องนอนหล่นจนฝุ่นที่เพดานคลุ้ง เตี่ยหนูก็จะใช้ให้หนูขึ้นไปดูถ้าหนูอยู่(รู้ตอนหลังว่าแกกลัว)แต่พอขึ้นไปดูก็ไม่เห็นมีอะไร หนูเคยได้ยินเสียงคนปิดประตูมุ้งลวดพอขึ้นไปดู ประตูที่เปิดอยู่ก็ฟาดปิดใส่หน้าหนูฝุ่นตรึมทั้งที่ปิดหน้าต่างห้องไว้ไม่มีลมซักกะหน่อย โอ้แม่เจ้า นี่มันอะไรกันเนี่ย ที่เล่ามาหลายคนอาจจะคิดว่าเฮ้ยเด็กป.2ไม่กลัวผีเก่งจัง หรือสวยจังอะไรทำนองนี้ ถึงหนูจะสวยจริงๆ แต่เรื่องทั้งหมดเป็นเพราะหนูไม่รู้ว่าหนูเจอของจริงเข้าให้แล้ว

เหตุการณ์ทำนองนี้เกิดขึ้นอยู่หลายปีจนหนูเริ่มรู้ว่าใช่แน่แล้ว จนกระทั่งหนูเห็นเงาคนเดินขึ้นมาจนถึงหน้าประตูห้องนอน และเดินผ่านไปทั้งๆที่มีกองฟองน้ำทำเบาะวางอยู่สูงเกือบถึงเพดาน พูดง่ายๆก็คือเป็นกำแพงอีกด้านนึง ซึ่งสรุปได้ว่าไม่ว่าใครก็ไม่สามารถเดินผ่านประตูหน้าห้องหนูไปได้ และหลังๆหนูเริ่มเห็นเงาหัวคนผมยุ่งๆหน่อย ลอยเลียดบันไดขึ้นมาแล้วก็หายไป เหตุการณ์ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นแทบทุกวันที่หนูอยู่ในบ้านหลังนี้ จนหนูอดรนทนไม่ได้ต้องบอกเตี่ย

หนู : เตี่ยๆ เค้าเห็นหัวคนลอยขึ้นบันไดมาล่ะ

เตี่ย : หนูตาฝาดน่ะ แมวต่างหาก

หนู : แมวไรล่ะเตี่ย เค้ามองไม่เห็นจะมีขาเลย หัวคนกะแมวเค้าจะแยกไม่ออกเชียวเหรอ

....

แม่อดรนทนไม่ไหวเลยไปพึ่งเทคโนโลยีตามวิถีสาวที่เกิดก่อนปี(พ.ศ) 2500 แม่ไปถามหมอดูค่ะ แม้หมอดูจะไม่รู้จักบ้านหนูแต่ก็บอกได้ถูกต้องว่ามีเสาตกน้ำมันอยู่ตรงไหน บ้านอยู่ตรงทางสามแพร่งทำให้เจ้าที่แรง เจ้าที่เป็นชายจีนแก่ๆ และไม่ชอบเตี่ยจึงแกล้งให้เตี่ยอยู่ไม่ได้ ส่วนหนูกะแม่ก็ไม่มีอะไร แม่หนูมาเล่าให้หนูกะเตี่ยฟัง เตี่ยหนูก็ไม่ว่าอะไรประมาณว่าตูรอดแล้วเพราะไปนอนอีกบ้านนึงก็ได้ อ้าวแล้วตูล่ะ โหไม่บอกไม่รู้เลยว่าเป็นพ่อลูกกัน ทิ้งตูหน้าตาเฉย หมอดูบอกว่าแม่หนูที่ไม่เคยเห็นเลยเป็นเพราะเจ้าที่ท่านชอบแม่เลยไม่มาให้เห็นให้กลัว อ้าวแล้วหนูล่ะ ไหนว่าไม่เกลียดแล้วทำไมเห็นอ่ะ

เมื่อหนูมองเห็นสิ่งที่เราเรียกว่าผีเยอะขึ้นเรื่อยๆ จนคืนนึงหนูปั่นบีเอ็มเอ๊กซ์ไปกะแม่ (แม่เดิน) ระหว่างทางกลับบ้านหนูเหลือบไปเห็นตรงที่ว่างระหว่างช่วงตึก หนูเห็นคนที่คาดว่าเป็นผู้ชายเพราะใส่เสื้อเชิ๊ตสีขาว กางเกงสีขาวยืนอยู่ตรงที่ว่างตรงนั้น และที่ใช้คำว่าคาดว่าเป็นผู้ชายก็เพราะว่า หนูไม่เห็นหน้าเค้าอ่ะค่ะ จะพูดให้ถูกคือหนูไม่เห็นหัวเค้า หนูเห็นคนหัวขาดยืนหันมาทางหนู หนูตกใจมากและรถล้มทันที แม่หนูวิ่งเข้ามาช่วยหนู แต่หนูนั่งตาค้างอยู่ที่พื้นถนน พูดไม่ออก และไม่กล้าบอกแม่ เพราะเค้าก็หายไปแล้ว พูดตรงๆว่าหนูรู้ตัวแล้วว่าคงจะมีเซนส์ทางนี้ แต่ที่เห็นที่บ้านเป็นแค่เงาเท่านั้นไม่เคยเห็นจะจะแบบนี้มาก่อนเลย พอกลับถึงบ้านหนูก็เล่าให้แม่ฟัง แม่ก็เฉยๆ สุขภาพหนูที่ไม่แข็งแรงซึ่งแม่หนูใช้ศัพท์สมัยก่อนปี(พ.ศ) 2500 มาเรียกผลกระทบของการที่ร่างกายอ่อนแอนี้ว่าทำให้จิตอ่อน จึงพาหนูไปหาหลวงพ่อที่วัดแห่งหนึ่ง ท่านมองหน้าหนูและก็ให้พระมาห้อยคอองค์นึง จากนั้นหนูก็เลิกมองเห็นสิ่งเหล่านี้ไปพักนึง จนกระทั่งคืนแรกของการที่พระหายไป หนูก็เห็นทันที(ขอโทษที่จำไม่ได้ว่าเจออะไร รู้แต่ว่าเช้าวันต่อมาแม่ต้องตาลีตาเหลือกไปหาพระองค์ใหม่มาให้ทันที)

วันนึงเตี่ยหนูไปขัดคอเจ้าของบ้านเช่าเข้า แกจึงขึ้นค่าเช่าบ้าน(โตๆกันแล้วแท้ๆ) เตี่ยหนูโมโหมากเลยตัดสินใจว่าจะย้ายบ้าน แกขับรถไปหาบ้านเช่าใหม่จนเจอ และกลับมาบอกหนูกะแม่ เมื่อหนูไปดูบ้านพร้อมแม่ หนูกับแม่แทบเป็นลม เพราะบ้านหลังนั้นมันอยู่ในช่วงตึกที่หนูเจอคนหัวขาดห่างกันไม่ถึง 10 เมตร หนูยืนตัวสั่นน้ำตาจะไหล เพราะหนูเห็นยังไม่ถึงเดือนก็ต้องย้ายมาอยู่ที่นี่รึว่าจะเป็นการบอกใบ้ว่าหนูจะได้ย้ายมาอยู่บ้านนี้ หรือบอกใบ้ว่าถึงหนูจะย้ายบ้านก็ยังต้องเจออยู่ดี ฝั่งตรงข้ามเป็นโรงพยาบาลซะด้วยสิ เรื่องราวจะเป็นอย่างไรติดตามต่อได้ในตอนหน้านะจ้ะตัวเอง

Comment

Comment:

Tweet

จำไม่ได้ว่าเริ่มกลัวผีเมื่อไหร่... แต่จำได้ว่า ตอนเด็กๆ เคยนอนข้างๆ โลงศพของยาย... ไม่เคยเห็นอะไรแปลกๆ เลยตั้งแต่เกิดมา... เลยต้องอาศัยจิตนาการหลอกตัวเอง ถึงจะได้กลัว... อ่านของป้าแล้วก็น่ากลัวอ่ะ...ดีนะที่ไม่อ่านเมื่อคืน เหอะๆ ๆ ... ถ้าป้าเห็นอีกช่วยนึกถึงผม และเดินไปดูใกล้ๆ ให้หน่อยว่ามันเป็นยังไงนะ นะ นะ ขอร้อง... แล้วมาเล่าให้ฟังด้วย แล้วผมจะนอนคลุมโปงอ่าน นะ

#8 By Jack on 2005-06-27 15:53

โอ้ว สยองจริงๆด้วยนะเนี่ย แค่บ้านผมก็มีนะ ไอ้แบบเสียงกุกๆกักๆชั้นสอง แต่พอขึ้นไปดูแล้วไม่มีอะไรเกิดขึ้นเนี่ย

สุดท้ายที่ต้องย้ายนี่เป็นเพราะเจ้าของบ้านเก่าขึ้นค่าเช่ามากกว่าสินะ - -" ตอนแรกนึกว่าที่ต้องย้ายเพราะย้ายหนีผี ที่ไหนได้ คุณเตี่ยเค็มจริงๆ

รอติดตามตอนต่อไปอย่างใจระทึก

#7 By imome on 2005-06-26 21:10

ชั้นมาตั้งแต่เช้าแล้วย่ะ เฮียนั่นแหละไปอยู่ไหนมายะ มาว่าหนูขี้ฮก

#6 By uregus on 2005-06-26 16:04

เง้อ คนอะไร ตัวเองน่ากลัวยังไม่พอ ในบ้านยังอีอะไรน่ากลัวอีก
ไปดีกั่ว ขี้เกียจคุยกะคนขี้ฮกตะละล้า แหวะ

ปล1. เดี๋ยววันจันทร์ผมส่ง live show ไปให้ในเมล์ของยาฮูนะป้า อย่าลืมเช็คด้วย
ปล2. เดี๋ยวผมอัพมั่ง
ปล3. น้ำมันจะขึ้นหาบิดามันทำไมเนี่ย ซ่าก็กินปกติเหมือนรถชาวบ้านเค้ามั่งเป็นไหมฟะ

#5 By -: ToncruB :- on 2005-06-26 15:45

น่ากลัวดี
น่ากลัวอะ
ลองผูกมิตรกับเจ้าที่ดูม๊าย
^^

#3 By -'๑'- So^^Cool -'๑'- on 2005-06-26 10:21

เหอๆ ถ้าต้องไปอยู่ร่วมกันสักครึ่งเดือนก็พอจะได้อยู่ แต่ย้ายไปอยู่เลยนี่มันก็ทำใจยากเนาะ

#2 By P.S. on 2005-06-26 10:14

โห น่ากลัวอ่ะ

#1 By xawarzd on 2005-06-26 09:39